ผู้เขียน หัวข้อ: ยุคดนตรี : M  (อ่าน 1 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ตุลาคม 04, 2018, 06:50:13 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1484
    • ดูรายละเอียด

1. ยุคกลาง ufabet  ( The Middle Ages คริสต์ศักราช 850 – 1450 ) พุทธศักราช 1393 – 1993 ก่อนยุคนี้ราวศตวรรษที่ 6 ดนตรีขึ้นกับศาสนา Pope Gregorian เป็นผู้เก็บรวบรวมบทสวดมนตร์ เป็นทำนองเดียว ( Monophony ) โดยได้ต้นฉบับจากภาษากรีก เป็นภาษาละติน ถัดมาก็เลยมี 2 ทำนอง( Polyphony ) ศตวรรษที่ 11 การเรียนเริ่มในโบสถ์ในยุคกลางนี้เองได้เริ่มมีการบันทึกโน้ตเพลง โดยมีท่านหนึ่งเป็นชาวอิตาเลียนชื่อ Guido D’Arezzo ( พุทธศักราช 1538 – 1593 ) ได้พิจารณาเพลงสวดดั้งเดิมเป็นภาษาละตินเพลงหนึ่งแต่ละประโยคจะมีเสียงเบาๆสูงมากขึ้น ก็เลยนำเอาส่วนตัวแรกของบทสวดมนตร์มาเรียงกัน ก็เลยออกเป็น Do Re Mi Fa Sol La Te Do( เว้นตัว Te เอาตัวที่ 2 ) ถัดมา คริสต์ศักราช 1300 ( พุทธศักราช 1843 ) ดนตรีก็เริ่มเกี่ยวกับศาสนาอย่างมั่นคงเพิ่มขึ้น

2. ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา ufabet ( The Renaissance Period คริสต์ศักราช 1450 – 1600 ) ยุคนี้เริ่มตั้งแต่ พุทธศักราช 1993 – 2143 ตรงกับยุคโคลัมบัส รวมทั้งเชคสเปียร์ ดนตรีในยุคนี้ชอบเป็นการเริ่มร้องกลุ่มเล็กๆโดยมากจะเกี่ยวกับการส่งเสียงร้องเพื่อเทิดทูนพระผู้เป็นเจ้า ร้องกันในโบสถ์มี 4 แนวเป็นโซปราโน อัลโต เทเนอร์ รวมทั้งเบส การส่งเสียงร้องจะมีออร์แกนหรือขลุ่ยคลอ ดนตรีในยุคนี้ยังไม่มีโน้ตอ่าน แล้วก็มักเล่นตามเสียงร้อง
3. ยุคบาโรค ( BaroQue คริสต์ศักราช 1650 – 1750 ) ยุคนี้เริ่มตั้งแต่ พุทธศักราช 2143 – 2293 รวมทั้งนักเล่นดนตรีที่โด่งดังในยุคนี้เช่น บาค ไฮเดิล ในสมัยต้นของยุคบาโรค ( พุทธศักราช 2143 – 2218 ) มีอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีราวๆ 20 – 30 ชิ้นสลับกันเล่น เพื่อมีรสชาติสำหรับในการฟังอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีสำหรับเพื่อการคลอเสียงร้อง เป็นต้นว่า ลิ้วท์ ขลุ่ย ถัดมาได้พัฒนาการใช้เครื่องสายมากขึ้นเรื่อยๆเพื่อประกอบกิจการเต้นรำ และก็เครื่องลมไม้ด้วย ในยุคนี้ผู้ควบคุมเพลงจะเล่นฮาร์พสิคอร์ด
4. ยุคคลาสสิค ( Classical Period คริสต์ศักราช 1750 – 1825 ) ตั้งแต่ พุทธศักราช 2273 – 2368 สมัยปัจจุบันตรงกับการเปลี่ยนแปลงรวมทั้งการปรับปรุงในอเมริกา ไฮเดิลเป็นผู้บุกเบิกสำหรับเพื่อการเขียนเพลงแล้วก็คลาสสิค การแต่งเพลงในยุคนี้เป็นผลมาจากความริเริ่มคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งจินตนาการของนักแต่งเพลงที่จะเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสมกับท่าทาง และก็ช่องทางตามอารมณ์ของดนตรี ได้แก่ ดนตรีลักษณะหวานก็ใช้ไวโอลิน ถ้าหากแสดงความองอาจกล้าหาญชาญชัย ก็ใช้แตรทรัมเปต มีการลำพังอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรี นักเล่นดนตรีจำต้องเรียนรู้และก็เล่นให้ถูกตามแบบแผน ด้วยเหตุว่าดนตรีในยุคนี้เริ่มเข้ารูปเข้ารอย นักแต่งกลอนในสมัยที่มีไฮเดิล โมสาร์ท กลุ๊ก บีโธเฟน โดยยิ่งไปกว่านั้นบีโธเฟน เป็นนักแต่งเพลงในยุคโรแมนติกด้วย
5. ยุคโรแมนติก ( Romantic Period คริสต์ศักราช 1825 – 1900 ) พุทธศักราช 2368 – 2443 ปัจจุบันตรงกับยุคนโปเลียนที่ประเทศฝรั่งเศส เพลงในสมัยปัจจุบัน ไม่ถูกไปจากเพลงในยุคเก่าๆเป็นคราวก่อนเริ่มต้นเกี่ยวกับศาสนา ถัดมามีการเลือกใช้อุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีแล้วก็ในสมัยปัจจุบันนี้ จะแต่งตามจุดหมายตามความคิดฝันของนักแต่งเพลง เน้นย้ำอารมณ์เป็นหลักนักแต่งเพลงที่มีชื่อในยุคนั้นมี ยกเบิร์ต เสตร้าส์ เมนโดโซน โชแปง ยกมานน์ บราหมส์ ไชคอฟสกี้ โดยยิ่งไปกว่านั้นในยุคนี้ แต่ละประเทศในยุโรปจะมีความชื่นชอบแตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น รูปแบบของเพลงร้อง เพลงประกอบละคร เพลงเต้นรำแบบวอลท์ เป็นไปตามนักประพันธ์รวมทั้งความนิยมชมชอบโดยมาก
6. ยุคอิมเพรสชั่นนิสซึม ( Impressionism คริสต์ศักราช 1850 – 1930 ) โดยประมาณ พุทธศักราช 2393 – 2473 เป็นยุคที่การใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ดัดแปลงแก้ไขเริ่มแรกจากยุคโรแมนติกให้แปลกออกไปตามจินตนาการของผู้ประพันธ์ เทียบได้กับการใช้สีสันสำหรับเพื่อการวาดภาพให้จัดจ้า ในด้านดนตรีผู้เขียนมักค้นหาอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีแปลกๆจากต่างแดน ดังเช่น จากอินเดียมาผสมให้มีรสชาติดียิ่งขึ้น การผสานเสียงบางครั้งบางคราวแปร่งๆไม่รื่นหูเสมือนอดีตสมัย ทำนองบางทีอาจเอามาจากทางทวีปเอเชียหรือประเทศใกล้เคียง แล้วมาดัดแปลงให้เหมาะสมกับดนตรี นักเล่นดนตรีที่มีชื่อในยุคนั้นมี คลาวด์อบุชชี อิกอร์ สยี่ห้อวินสกี่ อาร์โนลด์ โชนเบิร์ล
7. ยุคคอนเทมพอลารี ( Contempolary คริสต์ศักราช 1930 – ตอนนี้ ) หรือ Modern Music – Eletronics ตั้งแต่ พุทธศักราช 2473 จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ ชีวิตของคนภายในเดี๋ยวนี้อยู่กีบความรุ่งโรจน์ ด้านวิทยาศาสตร์ได้ทราบได้มองเห็นสิ่งแปลกๆใหม่ๆยกตัวอย่างเช่น ไอพ่น ยานอวกาศทีวี นักแต่งเพลงปัจจุบันนี้ ก็เลยเปลี่ยนแปลงกรรมวิธีของการประพันธ์เพลงให้เป็นไปในแบบเดี๋ยวนี้