ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวสายสัญญาณเสียง ราคา 6 วิธีสำรวจประสิทธิภาพสาย audio cable คลิกเลย  (อ่าน 23 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

สิงหาคม 02, 2018, 08:27:50 AM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1662
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

6 แนวทางตรวจสอบประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง
สายสัญญาณเสียง เป็นอุปกรณ์สำหรับเพื่อนำมาใช้ในการเชื่อมต่อเครื่องเสียงกับเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออกในเครื่องเสียง ช่วยทำให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้
ตอนนี้ เราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วไปตามร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วก็เครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีสินค้าหลายรุ่น หลายยี่ห้อให้พวกเราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่ๆว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ทำให้คุณภาพของสินค้ามีความต่างกันด้วย ถ้าหากว่าเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ก็ดีไป แม้กระนั้นถ้าเกิดพวกเราเผลอไปซื้อสาย audio cable ที่มิได้ประสิทธิภาพมาใช้งานเข้า ก็จะต้องประสบกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ เสียงไม่ออก คุณภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้แรงงานสั้น ใช้ไปได้เล็กน้อยก็เสียแล้ว อีกทั้งสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่อาจประเมินประสิทธิภาพด้วยราคาได้ เนื่องจากว่าไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ราคาถูกหรือผลิตภัณฑ์ราคาแพง ต่างก็มีทั้งคุณภาพดี คุณภาพต่ำ และก็ปัญหาในตนเองผสมกันไป ฉะนั้น เราก็เลยจำเป็นที่จะต้องมีวิธีการพื้นฐานสำหรับตรวจตราประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อให้สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ต่อไป
.

.
การพิจารณาประสิทธิภาพ สายสัญญาณเสียง พวกเราสามารถทำได้ 6 แนวทางดังต่อไปนี้
1. สำรวจความแข็งแรง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นสิ่งแรกที่เราสามารถพิจารณาด้วยตนเองได้ และก็ควรเช็คเป็นอย่างแรก เนื่องมาจากสายสัญญาณเสียงในปัจจุบันมีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งและความอ่อนไม่เท่ากัน โดยปกติ สายสัญญาณเสียงที่แพงถูกชอบมีสายออกจะแข็ง ขณะที่สายสัญญาณเสียงราคาแพงๆมักจะมีสายอ่อน ข้อแนะนำคือ ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเกินความจำเป็น เพราะจะไม่สามารถที่จะพับสายได้ ถ้าเกิดพับ ม้วนเก็บสายย่อมก่อปัญหา ในเวลาเดียวกันก็ไม่ควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเกินความจำเป็น ด้วยเหตุว่ายิ่งอ่อนนิ่มมาก สายก็จะยิ่งเปราะบาง เมื่อเอาไปใช้งานเสมอๆย่อมมีความเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้อย่างไม่ยากเย็นสายสัญญาณเสียง ราคาที่ดีที่สุด ควรจะเป็นสายที่อ่อนพอจะสามารถพับได้อย่างไม่มีการเสียหาย แต่ว่าในขณะเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่มีการฉีกให้ขาด แม้เราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะเช่นนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. วิเคราะห์สิ่งของที่ใช้ทำหัวสายว่าคืออะไร สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาขายในตอนนี้นั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 จำพวกใหญ่ๆในการทำหัวสาย ดังเช่น ทองสัมฤทธิ์ รวมทั้งอลูมิเนียม ขอแนะนำว่าควรที่จะทำการเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองบรอนซ์จะดียิ่งกว่า เนื่องมาจากเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดียิ่งไปกว่าอลูมิเนียม ไม่ค่อยเจอกับปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้ว่าจะเสียบสายไม่แน่นก็ตาม ในเวลาที่อลูมินัม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก ถ้าแทงไม่แน่นจะไม่สามารถที่จะนำสัญญาณเสียงได้ นอกนั้น ทองเหลืองยังเป็นโลหะที่มีคงทนถาวรสูง มีอายุการใช้งานนาน ไม่ค่อยพบเจอกับปัญหาประเด็นการหัก หรือการโค้งงอผิดรูป ในขณะสายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมินัมนั้นต้องใช้งานอย่างรอบคอบ ถ้าเกิดไม่ทะนุถนอม หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันรวดเร็วทันใจ
3. ตรวจสอบการยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าเป็นอย่างไร มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีหรือไม่ โดยธรรมดาสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับอารมณ์เสียบได้อย่างสนิท ในขณะสายสัญญาณเสียงคุณภาพต่ำมักยึดท่อนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำเพียงแค่เอาสายสอดเข้าไปในหัวแบบมิได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากอารมณ์เสียบ และก็หากสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่สามารถซ่อมแซมได้ จำต้องทิ้งอย่างเดียว ดังนั้นสำหรับเพื่อการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง พวกเราจึงต้องสำรวจจุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. ตรวจสอบความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวแค่ไหน โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี จะต้องมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 ซม. เนื่องจากเป็นความยาวที่สมควรสำหรับในการเสียบเข้ากับอุปกรณ์ต่างๆได้โดยไม่เกิดการคลอนหรือหละหลวม ทั้งยังยังทิ่มได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา ถ้าหากเป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะหัวเสียบสั้นเหลือเกิน จะไม่อาจจะเสียบกับวัสดุอุปกรณ์ได้ กำเนิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นช่วงๆจำต้องรอประคองไว้ ส่วนถ้าหากโลหะที่หัวเสียบมีความยาวมากจนเกินความจำเป็น เมื่อเสียบกับเครื่องไม้เครื่องมือจะทำให้มีโลหะบางส่วนโผล่ขึ้นมา ถ้าเกิดเผลอไปชนเข้าอาจจะส่งผลให้สายเกิดการหักได้
5. พิจารณาความยาวของสายไฟว่ามีมากน้อยแค่ไหน ข้อนี้ถึงแม้จะมิได้มีผลต่อคุณภาพการใช้แรงงานโดยตรง แต่ก็สำคัญ เพราะการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวเพียงพอต่อการใช้แรงงาน จะช่วยให้สามารถต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่กำเนิดปัญหาสายตึงรั้งเหลือเกินจนมีโอกาสเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนยานเหลือเกินจนกำเนิดความรู้สึกเกะกะ ซึ่งความยาวที่เหมาะสมของสายไฟขึ้นกับการใช้งานของพวกเราว่าเป็นอย่างไร ถ้าเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับทิ่มเครื่องมือเครื่องเสียงในรถยนต์ หรือลำโพงทั่วๆไป จะต้องมีความยาวอยู่ที่ 30-60 ซม. ส่วนถ้าเกิดเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ จำต้องลากสายยาวๆก็ควรมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. ตรวจตราแบรนด์ของสาย ส่วนยี่ห้อนี้ก็ถือว่ามีความจำเป็นไม่แพ้กันสำหรับการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรที่จะทำการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่ทำขึ้นโดยยี่ห้ออันเป็นที่รู้จัก หลบหลีกสินค้าจากยี่ห้อแปลกๆหรือสินค้าโนเนม เพราะมักจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้คุณภาพ ได้โอกาสชำรุดทรุดโทรมเสียหายได้ง่าย
การเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้ประสิทธิภาพถือเป็นเรื่องที่พวกเราจำต้องให้ความสำคัญ เพื่อการเชื่อมต่อเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้การเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
เครดิตบทความ
บทความสายสัญญาณเสียง : https://www.dotlife.store/cable/audio-cable.html, dotlife
รีวิวสายสัญญาณเสียงจาก Pantip: www.pantip.com

Tags : สายสัญญาณเสียง