แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 12
1
สายผักเลิฟแน่นอน กับกะหล่ำปลีห่อหมู สูตรอาหารเพื่อสุขภาพ จับผักห่อไส้แน่น ๆ เอาไปนึ่งจนสุก แหม… เคี้ยวนุ่มลิ้นน่าดู จิ้มกับซอสอย่างเดียวก็อร่อยแล้ว

กะหล่ำปลีห่อหมู

ใครรักสุขภาพอยากให้ลองมาทำเมนูผักห่อไส้ ถ้าเบื่อ ๆ กับผักกาดขาวห่อหมูสับก็ลองเปลี่ยนมาทำกะหล่ำปลีห่อหมูกันดีไหม กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำกะหล่ำปลีห่อหมู จับใบกะหล่ำปลีไปลวกสักครู่ เสร็จแล้วเอามาห่อไส้หมูสับปรุงรส สุดท้ายเอาไปนึ่งจนสุก ใครจะดัดแปลงเป็นกะหล่ำปลีห่อไก่ก็ได้เช่นกันจ้า

ส่วนผสม กะหล่ำปลีห่อหมู

• กะหล่ำปลี 1 หัว
• กระเทียม
• พริกไทยเม็ด
• เนื้อหมู หรือเนื้อสะโพกไก่
• ซีอิ๊วขาว
• น้ำมันหอย
• น้ำตาลทราย (เล็กน้อย)
• น้ำเย็น (สำหรับแช่ผักกาดขาว)

วิธีทำกะหล่ำปลีห่อหมู

1. โขลกกระเทียมกับพริกไทยให้ละเอียด พักไว้
2. สับหมู (หรือไก่) ให้ละเอียด หมักด้วยกระเทียมกับพริกไทย ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย และน้ำตาลทรายเล็กน้อย พักทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที หรือข้ามคืน
3. แกะใบกะหล่ำปลี ล้างให้สะอาดแล้วนำไปลวกในน้ำเดือด 5-10 วินาที แล้วนำไปแช่ในน้ำเย็นจัด พักทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ เตรียมไว้
4. นำหมูสับ หรือไก่สับมาวางลงบนใบกะหล่ำปลีแล้วห่อให้สวยงาม



อาหารสุขภาพ กะหล่ำปลีห่อหมู เมนูผักห่อไส้อร่อยนุ่มชุ่มโปรตีนเอาใจสายผัก ดูเพิ่มเติมได้ที่น่ี่ https://www.healthyhitech.net/topics/healthyfood/

2
 รวม 13 เคล็ดลับความงามง่าย ๆ ไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์อะไรเยอะ หรือมีเวลาไม่มาก แค่ปฏิบัติเป็นประจำก็สวยเป๊ะได้

เทรนด์แฟชั่นเดี๋ยวมาแล้วก็ไป ไม่เหมือนกับความงามที่มาจากภายในโดยธรรมชาติของผู้หญิง ที่จะคงอยู่ไปตลอด แต่หากไม่ดูแลมัน ต่อให้ปรุงเสริมเติมแต่งสักแค่ไหน ก็ยังสามารถเห็นจุดตำหนิเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้อยู่ดี ดังนั้นสาว ๆ จึงต้องหมั่นเอาใจใส่ในทุกอณูตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ลองนึกสภาพหญิงสาวที่แต่งหน้าสวยงามแต่ผมกลับกระเซอะกระเซิงและแห้งเสียแตกปลายสิ ทำให้ลดความน่ามองลงไปเลยใช่ไหมล่ะ ? เอาล่ะค่ะ เพื่อให้สาว ๆ ทุกคนได้ดูดีไร้ที่ติกันอย่างถ้วนหน้า มีเกร็ดความงามเล็ก ๆ น้อย ๆ 13 ข้อมาให้สาว ๆ ปฏิบัติตามกันค่ะ ขอบอกเลยว่าถึงมีเวลาไม่มาก ก็สวยได้ง่าย ๆ

1. พรางสีโคนผม

ทำสีผมมาแล้วพอผ่านไปสัก 2-3 เดือน รากผมก็งอกขึ้นมาตัดกับสีผมสวย ๆ จะทำสีใหม่ก็กลัวผมเสียแถมยังเปลืองเงินอีก ซึ่งปัญหานี้ก็มีวิธีแก้ง่าย ๆ เพียงแค่พยายามทำผมให้ดูเป็นลอนคลื่นเข้าไว้ มันจะช่วยพรางสีโคนผมให้ดูกลืนเหมือนไล่ระดับมากกว่าหนีบผมตรงนะ แบบนั้นจะเห็นความต่างของสีผมชัดเจนจนเกินไป

2. ผมเงางามง่าย ๆ ไม่ง้อร้าน

ถ้าอยากมีผมสวยสลวยเก๋เหมือนพรีเซ็นเตอร์ข้างขวดแชมพูสระผม ก็ให้หวีผมก่อนนอนทุกคืน ตั้งแต่โคนจรดปลาย โดยส่วนปลายเส้นผมนั้นพยายามประคองมันไว้ในอุ้งมือ จะช่วยให้ผมดูมีน้ำหนัก ไม่แข็งทื่อเหมือนไม้กวาด และจะช่วยให้น้ำมันในเส้นผมแผ่กระจายอย่างทั่วถึง ทีนี้สะบัดผมหรือโต้ลมก็ไม่ต้องกลัวผมพันกันแล้วล่ะ


เคล็ดลับความงาม ง่าย ๆ สวยได้แม้ไม่ค่อยมีเวลา  ดูเพิ่มเติมได้ที่น่ี่ http://www.xn--22c0b3ah2c9bxas.net/category/beauty/

3
แจกฟรี ! สูตรน้ำสลัดยอดนิยม จับคู่กับเมนูสลัดลดความอ้วน ทำเองรสชาติถูกปาก กินวนไปทั้งสามมื้อก็ไม่เบื่อ

     บรรดาสลัดเพื่อสุขภาพ เช่น สลัดผัก สลัดผลไม้ สลัดทูน่า หรือสลัดโรล จะขาดน้ำสลัด ไม่ได้เลย แต่เนื่องจากน้ำสลัดตามท้องตลาดส่วนมากมีแค่สลัดครีม ครั้นกินทุกวันก็เบื่อ ดังนั้นเรามาทำน้ำสลัดเองดีไหม เสนอวิธีทำน้ำสลัดยอดนิยม เช่น น้ำสลัดงาคั่วญี่ปุ่น น้ำสลัดครีม น้ำสลัดวาซาบิ น้ำสลัดอิตาเลียน ยิ่งแช่เย็นยิ่งอร่อยนะคะ

1. น้ำสลัดครีม (Cream Salad Dressing)

     น้ำสลัดยอดนิยมสูตรแรกขอนำเสนอน้ำสลัดครีม สูตรนี้ใช้มัสตาร์ดชนิดครีมผสมกับพริกไทยตัดเลี่ยน ใส่น้ำตาลทรายแดงนิดหน่อย

ส่วนผสม น้ำสลัดครีมไขมันต่ำ

      • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ + 2 ช้อนชา
      • มัสตาร์ด 1+1/2 ช้อนชา
      • น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ
      • เกลือสมุทร 1+1/2 ช้อนชา
      • พริกไทยดำป่น 1/4 ช้อนชา
      • น้ำมันดอกทานตะวัน 1/4 ถ้วย (หรือน้ำมันมะกอก,น้ำมันดอกคาโนล่า)
      • นมข้นหวาน 6 ช้อนโต๊ะ
      • นมสดชนิดจืด 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำสลัดครีมไขมันต่ำ

     1. ผสมน้ำมะนาว มัสตาร์ด น้ำตาลทรายแดง เกลือสมุทร และพริกไทยดำ คนผสมให้เข้ากันจนน้ำตาลทรายละลาย
     2. ค่อย ๆ เทน้ำมันลงไปพร้อม ๆ กับตีส่วนผสมให้เข้ากัน
     3. ใส่นมข้นหวานและนมสดลงไปคนให้เข้ากัน
     4. ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟพร้อมผักสลัด หรือเก็บใส่ขวดที่มีฝาปิดมิดชิด สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้นาน 20 วัน


สูตรน้ำสลัดยอดนิยม จับคู่จานสลัดเพื่อ สุขภาพ ไม่ซ้ำไม่จำเจ คลิ๊กที่นี่ https://www.plawharn.com/category/health/

4
นี่คืออาหารที่บำรุงธาตุเหล็กสุดเยี่ยม พบกับเมนูผัดตับ ตับผัด เนื้อนุ่มหลากสไตล์ ผัดกับกระเทียมหรือใส่ผักอื่น ๆ ก็ได้ มีความอร่อยถูกปากที่สุด

ใครเริ่มเอียน ๆ กับเมนูตับ โดยเฉพาะเมนูตับปิ้งหรือเมนูตับย่าง ลองจับมาผัดกับเครื่องเคราให้ดูไม่จำเจกันดีไหม ขอนำเสนอวิธีทำผัดตับ ตับผัด ได้แก่ ผัดตับหมู ดอกกุยช่ายผัดตับ ตับผัดพริกหวาน และตับผัดกระเทียมพริกไทย อยากรู้ว่าอร่อยแค่ไหนตามมาชิมกันเลยจ้า

1. ผัดตับหมู

แค่เห็นสีสันของผัดตับจานนี้ก็น้ำลายไหลแล้ว ขอนำเสนอเมนูผัดตับหมู สูตรจาก นิตยสารแม่บ้าน ใส่ถั่วลันเตา พริกหวาน และเม็ดข้าวโพด ก่อนเสิร์ฟโรยพริกไทยหน่อย

ส่วนผสม ผัดตับหมู

• กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
• ตับหมู (หั่นเป็นชิ้น) 150 กรัม
• ซอสเห็ดหอม 1 ช้อนโต๊ะ
• ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
• น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
• ถั่วลิสงต้มสุก 20 กรัม
• ถั่วลันเตาญี่ปุ่นต้มสุก 20 กรัม
• เมล็ดข้าวโพดในน้ำเกลือ 20 กรัม
• พริกหวานสีเขียว สีแดง สีเหลือง 1/2 ถ้วยตวง
• พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
• น้ำมันพืช 1+1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำผัดตับหมู

1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อน ใส่กระเทียมลงเจียวพอเหลือง
2. ใส่ตับหมูลงผัด ปรุงรสด้วยซอสเห็ดหอม ซีอิ๊วขาว เติมน้ำตาลทรายและน้ำเปล่าลงไป
3. พอตับใกล้สุก ใส่พริกหวาน ถั่วลิสง ถั่วลันเตา และเมล็ดข้าวโพดลงไปผัด พอพริกหวานสุก ตักใส่จาน โรยพริกไทยป่น จัดเสิร์ฟ

2. ดอกกุยช่ายผัดตับ

แม้ว่าร้านข้าวแกงจะขายเมนูดอกกุยช่ายผัดตับ แต่รสชาติไม่ค่อยถูกปากเท่าไร ในเมื่อวิธีทำไม่ยากก็ลงมือผัดกันเลยดีกว่า หั่นตับชิ้นใหญ่ตามชอบแล้วผัดกับดอกกุยช่ายจนสุกนิ่ม ข้าวจานเดียวคงไม่พอ

ส่วนผสม ดอกกุยช่ายผัดตับหมู

• กระเทียมสับหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
• ตับหมู (หั่นเป็นชิ้นบาง) 200 กรัม
• ดอกกุยช่ายสด (หั่นเป็นท่อนสั้น) 300 กรัม
• ซอสเห็ดหอม 1 ช้อนโต๊ะ
• ซีอิ๊วขาว (ปรุงรส)
• น้ำตาลทราย (ปรุงรส)
• น้ำมันพืช (สำหรับผัด)

วิธีทำดอกกุยช่ายผัดตับหมู

1. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟปานกลางพอร้อน ใส่กระเทียมลงเจียวจนหอม
2. ใส่ตับหมูลงผัดจนเริ่มสุก
3. ใส่ดอกกุยช่ายลงไปผัด ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลทราย ผัดให้เข้ากันสักครู่ ชิมรสตามชอบ ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

3. ตับผัดพริกหวาน

เติมสีสันให้กับเมนูผัดตับกันหน่อย ขอนำเสนอเมนูตับผัดพริกหวาน สูตรจาก คุณ Fearbong สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ใส่พริกหวานหลากสีผัดกับตับจนสุก เติมหอมใหญ่เพิ่มความหวาน อร่อยแบบนี้กินวนไปเลยค่ะ




สูตรอาหาร ทำผัดตับ ตับผัด กับข้าวจากเครื่องในเติมธาตุเหล็ก ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/สูตรอาหาร/

5
ในหลายครั้งเราได้พูดคุยถึงเครื่องมือของ Windows ที่ทำให้ใช้ในการจับภาพหน้าจออย่างรวดเร็ว แต่ก็อาจจะยังไม่ครอบคลุมมากนัก ในครั้งนี้เราจึงได้รวบรวมวิธีการในการจับภาพหน้าจอในแบบต่างๆ และก็ดูเหมือนว่ามี 6 วิธีที่ช่วยให้การจับภาพหน้าจอทำได้ง่ายขึ้น โดยใช้แค่ฟังก์ชั่นบน Winsows 10 และไม่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมแบบ 3rd Party อีกทั้งสามารถทำได้บน Windows 8.1 และ Windows 10

1. ใช้ชอร์ตคัท PrtScn (Print Screen)

เป็นสิ่งแรกๆ ที่คุณจะสามารถใช้ในการจับภาพหน้าจอได้บน Windows 8.1 และ Windows 10 เนื่องจากเป็นฟีเจอร์ที่มากับระบบปฏิบัติการ การใช้งานก็เพียงกดปุ่ม PrtScn บนคีย์บอร์ด โดยวิธีนี้ จะเป็นทางลัดในการจับภาพหน้าจอทั้งหมดและ Save ไปที่ Clipboard นอกจากนี้ยังสามารถเปิดไฟล์และแก้ไขได้บนโปรแกรม Paint สำหรับการปรับแต่งภาพและเซฟไฟล์มาใช้ได้ทันที แต่จะเป็นการแก้ไขในเบื้องต้นเท่านั้น


2. ใช้ชอร์ตคัทบนคีย์บอร์ด ด้วยการกดที่ปุ่ม Windows + PrtScn

ถ้าคุณต้องการภาพหน้าจอทั้งหมดและเซฟเป็นไฟล์เอาไว้บนฮาร์ดไดรฟ์ โดยไม่ต้องการใช้เครื่องมืออื่นๆ แค่เพียงกด Windows + PrtScn บนคีย์บอร์ด สำหรับ Windows 8.1 และ Windows 10 จะจัดเก็บไฟล์ Screenshot เหล่านี้ไว้ใน Picture library ที่อยู่ใน Screenshots โดยที่คุณสามารถค้นหาไฟล์ภาพ Screenshot ที่ต้องการได้จาก Pictures > Screenshots


3. ใช้ชอร์ตคัทบนคีย์บอร์ด Alt + PrtScn

สำหรับบน Windows 8.1 และ Windows 10 คุณสามารถจับภาพ Screenshots ที่้เป็น Active Windows การใช้งานก็เพียง เปิดหน้า Windows ที่ต้องการ แล้วกดปุ่ม Alt + PrtScn บนคีย์บอร์ด ภาพที่ได้นั้นจะถูกเก็บลงบน Clipboard หรือถ้าต้องการที่จะแก้ไขภาพก็เพียงเปิดโปรแกรม Paint ขึ้นมา จากนั้น Paste ภาพที่ Capture ลงไป แล้วทำการแก้ไขหรือตกแต่งภาพได้ตามต้องการ


4. ใช้โปรแกรม Snipping Tool

โดยการใช้ Snipping Tool เป็นฟังก์ชั่นที่ยอดเยี่ยมสำหรับการจับภาพหน้าจอ ด้วยความหลากหลายของลูกเล่นในการใช้งานและยังแก้ไขภาพ Screenshot ได้แบบง่ายๆ อีกด้วย เหมาะอย่างยิ่งกับการใช้งานจับภาพหน้าจอเวลานี้


5. การจับภาพหน้าจอบน Surface หรือ Windows Tablet

ถ้าหากคุณมี Windows Tablet อยู่ในมือ ไม่ว่าจะเป็น MS Surface หรือ ASUS Vivotab หรือ Dell Venue เหล่านี้ ก็คงแทบจะไม่จำเป็นต้องใช้คีย์บอร์ดในการกด PrtScn ให้วุ่นวาย คุณสามารถใช้ Snipping Tool แต่อาจจะไม่ได้สะดวกนักในการทัชสกรีน ทางเดียวที่จะช่วยให้การใช้งานง่ายขึ้นก็คือ การใช้ปุ่มที่อยู่บนแท็ปเล็ต โดยที่สามารถใช้งานได้ด้วยการกดปุ่มที่มีโลโก้ Windows และปุ่ม Volume Down พร้อมๆ กัน


6 วิธีกับการจับภาพหน้าจอโน๊ตบุ๊ค Screenshot บน Windows 10 ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.potatotechs.com/โน๊ตบุ๊ค/

6
การเลือกโถสุขภัณฑ์ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคำนึงถึงสิ่งต่างๆ ทั้งดีไซน์ของโถสุขภัณฑ์ที่ต้องรับกับสไตล์การออกแบบห้องน้ำและที่อยู่อาศัย รวมไปถึงคำนึงถึงตัวผู้ใช้งานเองว่ามีความต้องการโถสุขภัณฑ์แบบใดหรือมีความต้องการพิเศษหรือไม่

ยกตัวอย่างเช่น ในบ้านที่มีผู้สูงอายุก็ควรเลือกโถสุขภัณฑ์ที่มีความสูงกว่าโถสุขภัณฑ์ทั่วไปเพื่อความสะดวกปลอดภัยในการลุกนั่ง และมีฝารองนั่งที่กว้าง อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงขนาดพื้นที่ห้องน้ำว่าเหมาะกับโถสุขภัณฑ์ขนาดเท่าใด รวมถึงเรื่องของการประหยัดน้ำและระบบการชำระล้างที่ต้องมีประสิทธิภาพอีกด้วย

เมื่อโถสุขภัณฑ์คือสุขภัณฑ์ชิ้นสำคัญที่จะมอบความสุขในการใช้ห้องน้ำ ปัจจัยภายนอกที่จะทำให้นั่งได้สบาย และมีความสุขกับการใช้ห้องน้ำมากที่สุด สามารถสังเกตและสัมผัสได้จากลักษณะของโถสุขภัณฑ์ ดังต่อไปนี้

ความสูงของโถ

ความสูงของโถสุขภัณฑ์ในตลาดก็มีให้เลือกแตกต่างกันเหมือนกับเก้าอี้ที่มีหลายขนาดให้เราเลือก แต่โดยทั่วไปแล้วจะมีความสูงมาตรฐานอยู่ที่ 14 นิ้ว แต่ในบ้านที่มีผู้ใหญ่ หรือคนป่วย อาจจะเลือกโถที่ถูกออกแบบมาให้มีขนาดสูงพิเศษเพื่อให้ลุกนั่งได้สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น ทางที่ดีตอนเลือกซื้อควรทดลองนั่งจริงๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อให้ได้โถสุขภัณฑ์ที่มีความสูงเหมาะสม นั่งแล้วรู้สึกสบาย ไม่รู้สึกสูงเกินไปจนขาลอยตัวเอนไปด้านหลัง หรือเตี้ยเกินไปจนรู้สึกว่าต้องหย่อนก้นเหมือนกับการเข้าห้องน้ำแบบนั่งยอง

รูปทรงโถ

รูปทรงของโถสุขภัณฑ์เป็นส่วนสำคัญที่กำหนดความสบายในการนั่ง รวมถึงการป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ และมีผลต่อประสิทธิภาพในการชำระล้างอีกด้วย โดยทั่วไปแล้วรูปทรงของโถจะมีอยู่ 2 ทรงคือ โถทรงกลม กับโถทรงรี โถทรงกลมเหมาะกับห้องน้ำที่มีพื้นที่จำกัดเพราะโถทรงนี้จะใช้พื้นที่น้อย ในขณะที่โถทรงรีจะกินพื้นที่มากกว่าเพราะมีหน้ายาวรองรับสรีระได้เต็มที่ แต่นั่งแล้วจะรู้สึกสบายกว่า ทั้งนี้โถสุขภัณฑ์ที่ดีควรมีขนาดคอห่านที่ใหญ่เพื่อการชำระล้างที่หมดจดป้องกันปัญหาท่อตัน มีแอ่งกันกลิ่นที่ลึกเพื่อช่วยป้องกันกลิ่นย้อนกลับ และควรมีขนาดของพื้นผิวน้ำขังที่กว้าง ซึ่งจะช่วยป้องกันคราบสิ่งปฏิกูลติดผิวภายในสุขภัณฑ์

เลือกโถส้วมอย่างไรนั่งแล้วสบายก้น..ทางนี้มีตัวช่วย

ฝารองนั่ง

แน่นอนว่าฝารองนั่งกับรูปทรงโถจะต้องเป็นทรงเดียวกัน แต่หลายคนมักจะมองข้ามเรื่องคุณภาพของฝารองนั่ง ทั้งๆ ที่ฝารองนั่งเป็นส่วนที่สัมผัสกับผิวของเราและมีส่วนในการกำหนดสบายเวลาเรานั่งอีกด้วย เราจึงควรเลือกฝารองนั่งที่ทนทานสามารรถรองรับน้ำหนักได้ดี นั่งแล้วไม่รู้สึกว่าตัวฝาเลื่อนไปมา ฝารองนั่งที่มีลักษณะบุ๋มลงไปรับกับสรีระของเราจะนั่งสบายกว่าฝารองนั่งแบบกลมนูน เดี๋ยวนี้ฝารองนั่งรุ่นใหม่ๆ จะออกแบบให้เราสามารถถอดออกมาล้างทำความสะอาดและใส่กลับเข้าไปใหม่ได้อย่างสะดวก



เลือก สุขภัณฑ์ อย่างไรนั่งแล้วสบายก้น..ทางนี้มีตัวช่วย ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gurubaan.com/สุขภัณฑ์/

7
หากคุณกำลังมองหาเต่าสักตัวมาเป็นสัตว์เลี้ยงน่าจะพิจารณาเต่าญี่ปุ่น หรือ เต่าแก้มแดง (red-eared slider turtle) สัตว์เลี้ยงที่ปรับตัวได้ง่ายชนิดนี้ชอบอยู่ในสถานที่อบอุ่น แต่ก็สามารถเจริญเติบโตในตู้ปลาขนาดใหญ่ ชื่อภาษาอังกฤษของเต่าชนิดนี้ได้มาจากการที่รอบๆ ดวงตามีสีแดง และท่าทางที่มันไถลตัวเองจากก้อนหินลงไปในน้ำ หากดูแลอย่างเหมาะสม เต่าญี่ปุ่นสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานถึง 30 ปี! หากคุณสนใจเพื่อนผู้มีอายุยืนยาว เต่าญี่ปุ่นสักตัวหนึ่งจะเป็นสัตว์เลี้ยงที่แสนวิเศษ

ตัดสินใจว่าเต่าญี่ปุ่นคือสัตว์เลี้ยงที่ใช่สำหรับคุณไหม

1. เรียนรู้เรื่องเต่าญี่ปุ่น. สอบถามไปทั่วๆ เพื่อดูว่ามีเพื่อนคนไหนบ้างที่เลี้ยงเต่าญี่ปุ่น คุณสามารถถามเรื่องข้อได้เปรียบของการมีเต่าเป็นสัตว์เลี้ยง รวมทั้งเรื่องท้าทายต่างๆ ในการเลี้ยงพวกมัน แต่หากคุณไม่รู้จักใครเลยที่เลี้ยงเต่าญี่ปุ่น จงไปที่ร้านขายสัตว์เลี้ยง และพูดคุยกับพวกลูกจ้างผู้คุ้นเคยกับเต่า ที่ดียิ่งกว่านั้นคือจงใช้เวลาเล็กน้อยมีปฏิสัมพันธ์กับเต่าญี่ปุ่นที่ร้าน และให้แน่ใจว่าคุณรู้ดีว่าจะต้องทำอะไรบ้าง เพื่อที่จะดูแลเต่าสักตัวหนึ่ง


2. พิจารณาเรื่องเวลาที่ต้องรับผิดชอบ. อายุขัยเฉลี่ยของเต่าญี่ปุ่นคือระหว่าง 20-30 ปี แถมบางตัวมีอายุยืนยาวกว่านี้อีก จงทำให้แน่ใจว่าคุณจะสามารถปรับลักษณะการใช้ชีวิตในอนาคต ให้รวมถึงการมีเพื่อนคู่หูเป็นเต่าเป็นเวลายาวนานด้วย หากคุณซื้อเต่ามาเพียงเพื่อที่ลูกของคุณจะได้มีสัตว์เลี้ยงสักตัวหนึ่ง จงตระหนักความจริงว่าเต่าตัวนั้นจะเป็นสัตว์เลี้ยงของคุณไปอีกนานเลยทีเดียว


3. คิดเรื่องจัดหาอุปกรณ์และเสบียงที่จำเป็นทั้งหมด. เต่าญี่ปุ่นเหมือนกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ซึ่งเริ่มต้นด้วยการมีขนาดเล็ก แต่จะตัวใหญ่เมื่อเติบโตขึ้น เต่าญี่ปุ่นที่โตแล้วต้องการตู้ปลาซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยอย่างน้อยสี่เท่าตัวของขนาดกระดอง คุณจึงต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วยตอนซื้อลูกเต่ามาเลี้ยง
หากคุณมีเต่าญี่ปุ่นมากกว่าหนึ่งตัว ให้แน่ใจว่าคุณมีตู้ปลามากพอที่จะใส่เต่าแยกกันหากจำเป็น เต่าญี่ปุ่นตัวผู้มีแนวโน้มที่จะตามตื๊อเต่าตัวเมีย ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นที่เต่าตัวเมียเลิกกินอาหาร ด้วยเหตุผลนี้ จึงดีที่สุดหากจะเลี้ยงตัวผู้กับตัวเมียแยกกัน


วิธีการ ดูแล สัตว์เลี้ยง เต่าญี่ปุ่น  ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.petcitiz.info/สัตว์เลี้ยง/

8
ใบบัวบก มีสารอาหาร และวิตามินสำคัญ ๆ อยู่หลายชนิด โดยเฉพาะสารไกลโคไซด์ ที่มีส่วนช่วยเร่งการสร้างคอลลาเจนกับอีลาสติน ลดปัญหาความเสื่อมของเซลล์ผิว ช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลง ช่วยฟื้นผิวหน้าให้เปล่งปลั่งสดใส และใบบัวบกยังมีวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 ซึ่งช่วยในการกำจัด ฝ้า กระ จุดด่างดำ ซึ่งวิธีการใช้ใบบัวบกก็คือ นำใบบัวบกสดล้างสะอาด มาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ จากนั้นนำไปปั่นหรือบดกับน้ำสะอาด 1 แก้ว นำส่วนผสมที่ได้มาพอกหรือใช้สำลีชุบน้ำมาทาให้ทั่วบริเวณใบหน้า ปล่อยทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างหน้าด้วยน้ำเย็น

กล้วยหอม มีคุณสมบัติช่วยกระชับรูขุมขน ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ช่วยบำรุงผิวให้เต่งตึง ช่วยฟื้นฟูผิวที่หยาบกร้านให้เนียนนุ่ม ให้เรานำกล้วยมาฝานเป็นชิ้นเล็ก ๆ เติมน้ำผึ้งหรือนมสดลงไป แล้วบดให้ละเอียดจนเป็นเนื้อครีม นำส่วนผสมที่ได้มาพอกให้ทั่วใบหน้า ล้างออกด้วยน้ำอุ่น เป็นสูตรหน้าใสที่ช่วยลดรูขุมขนกว้างได้เป็นอย่างดี แต่หากใครไม่สะดวกใช้กล้วยหอมก็ให้ใช้เป็นกล้วยน้ำว้าแทน

มะละกอ อุดมไปด้วยวิตามินซีกับวิตามินอีสูง ช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลง ช่วยลดความหยาบกร้านของผิว ช่วยในการสร้างคอลลาเจนในร่างกาย มีเอนไซม์ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว นำมะละกอสุกมาบดให้ละเอียด พอกหน้าทิ้งไว้ราว ๆ 15-20 นาที ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด กรดผลไม้จากมะละกอ จะช่วยให้รูขุมขนกระชับ และช่วยขจัดสิ่งตกค้างกับเซลล์ผิวที่ตายแล้ว

ในการใช้สมุนไพรธรรมชาติเพื่อกระชับรูขนขน ก็อาจมีบางคนที่มีอาการแพ้ได้เช่นกัน ดังนั้นแล้วก่อนจะทำการพอกหน้าให้ทำการทดสอบซะก่อน โดยนำมาทาที่บริเวณท้องแขน ซึ่งเป็นผิวหนังส่วนที่บางกว่าใบหน้า ปล่อยทิ้งเอาไว้สักพักหนึ่ง หากไม่มีอาการแสบร้อนหรือมีผื่น ก็ถือว่าไม่แพ้สามารถใช้ได้ ทั้งนี้ในการใช้สมุนไพรเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ควรที่จะต้องทำอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง และไม่ควรที่จะทำบ่อย ๆ เกินกว่าความจำเป็นค่ะ



กระชับรูขุมขน ด้วยสมุนไพรธรรมชาติช่วยฟื้นผิวหน้าให้เปล่งปลั่งสดใส ดูเพิมเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/

9
เจ้าตัวนี้อาจจะมีคนรู้จักน้อยกว่าเพื่อนๆ ในอันดับอื่นๆ แน่นอน เพราะมันยังใหม่ มันถูกนำเข้ามาจากแอฟริกา ซึ่งมองภายนอกมันเหมือน “แมว” เรียกว่าเป็นแมวป่าก็คงไม่ผิดนัก ราคาค่างวดก็แค่ 20,000 อัพเท่านั้นเอง นิสัยส่วนตัวชอบอยู่โดดเดี่ยว ชอบปีนป่ายตามต้นไม้ กินพวกสัตว์ขนาดเล็กเป็นอาหาร ผลไม้บางชนิดก็กินนะ

อัตราความน่ารัก : 3 ดาว

อันดับ 9 เต่าเสือดาว
ปัจจุบันเต่าเสือดาวแอฟริกาใต้เป็นเต่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก เต่าชนิดนี้สามารถเติบโตจนมีขนาดกระดองยาวได้ถึง 23 นิ้ว เต่าเสือดาวแอฟริกาใต้มีลักษณะเฉพาะอีกประการหนึ่ง คือผิวหนัง”ตกกระ”พวกมันจะมีจุดดำเล็กๆกระจายตามผิวหนัง กระนี้เห็นได้ชัดในลูกเต่าที่เพิ่งฟักจากไข่และเต่าวัยอ่อนก่อนจะค่อยๆเลือนหายไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น เต่าเสือดาวต้องการคอกเลี้ยงที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่และควรจัดให้อยู่กลางแจ้งเสมอหากสภาพอากาศอำนวย หากอยู่ตามธรรมชาติจะเป็นสัตว์สันโดษและจะก้าวร้าวอาศัยต้องอยู่ร่วมกันอย่างแออัด เมื่อนำหลายตัวอยู่ด้วยกันต้องมีห้องหรือที่กำบังอย่างเพียงพอเพื่อให้พวกมันเลี่ยงการเผชิญหน้ากับตัวอื่นๆ และไม่ควรนำตัวผู้มาอยู่รวมกันเพราะพวกมันจะต่อสู้กันเพื่อแย่งสิทธ์ในการผสมพันธุ์ ด้วยความที่มันต้องการพื้นที่เยอะ และราคาที่สูงที่สุด บางตัวขายกันมากกว่า 250,000 บาทกันเลยทีเดียว และเนื่องด้วยมันเป็นเต่าที่มจากแอฟริกา อาหารหลักของมันจึงเป็นหญ้าครับ แต่ถ้าจะให้ผักเหมือนเต่าทั่วไปก็ได้ครับ ไม่มีปัญหา และนกเหนือจากนั้นหากมีการเสริมแคลเซียมให้เต่าด้วยก็จะเป็นการดีมากครับ
อัตราความนารัก : 4 ดาว

อันดับ 8 ชูก้าไกลเดอร์เผือก

เหตุที่มีคนสนใจน้อยเพราะราคามัน “สูง” กว่าชูก้าธรรมดาหลายเท่าตัว ซึ่งราคาปกติจะขายกันที่ 25,000 บาท แต่ด้วยความน่ารักของมันแล้วจึงทำให้เริ่มมีผู้นิยมเลี้ยงกันมากขึ้น
อัตราความน่ารัก : 5 ดาว

อันดับ 7 ชินชิล่า

ชินชิลล่า เป็นสัตว์ป่าซึ่งมีถิ่นกำเนิดในเทือกเขา Andes ในแถบอเมริกาใต้ แถบประเทศอาเจนตินา โบลิเวีย ชิลี และเปรู ถูกมนุษย์นำมาเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง เมื่อปี ค.ศ.1810 และสามารถเพาะขยายพันธุ์ในกรงเลี้ยงได้เป็นผลสำเร็จ เมื่อปี ค.ศ.1900 ชินชิลล่าเป็นสัตว์ฟันแทะที่มีหูกางใหญ่คล้ายหนู ขนาดรูปร่างคล้ายกับกระต่าย ขนมีลักษณะแน่นและหนา เพื่อป้องกันตัวเองจากอากาศหนาวเย็นบนเทือกเขาสูง อุ้งเท้าออกแบบมาเพื่อการเดินบนแผ่นหิน มีหลากหลายสีสันเช่น สีเทา สีเทาอ่อน สีดำ หางยาวเป็นพวงคล้ายกระรอก ซึ่งคนทั่วไปคิดว่ามันเป็นหนูธรรมดา และราคาที่แพงไม่ใช่เล่นตกค่างวด 13,000 บาท จึงทำให้มันเป็นที่หมายปองแต่ไม่ซื้อไปเลี้ยงมากเท่าตัวอื่น และเนื่องจากนิสัยตามธรรมชาติของชินชิลล่าจะเป็นสัตว์ที่กระตือรือร้นและชอบสำรวจ ดังนั้นผู้เลี้ยงต้องดูแลเอาใจใส่และควรจะพาออกไปเดินเล่นนอกกรงอย่างน้อยวันละครึ่งชั่วโมง เพื่อออกกำลังกายและลดความเครียดของเค้าครับ
อัตราความน่ารัก : 5 ดาว

อันดับ 6 เฟนเน็คฟ็อกซ์




10 อันดับ สัตว์เลี้ยง แสนแปลก (แต่น่ารัก) ไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.plawharn.com/category/animal/

10
ต้นไม้ สัตว์เลี้ยง / วิธีการ รักษาแมวท้องผูก
« เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2018, 10:43:23 AM »
แมวก็เหมือนคนนี่แหละ ที่บางทีก็เกิดท้องผูก อึไม่ออกบอกไม่ถูกขึ้นมา ถ้าคุณรู้สึกว่าน้องเหมียวของคุณใช้กระบะทรายทีน๊านนาน แสดงว่าคงท้องผูกแล้วแหละ เรามีวิธีช่วยให้แมวหายท้องผูกง่ายๆ แบบที่คุณก็ทำได้ แล้วค่อยเสริมด้วยยาและคำแนะนำดีๆ จากคุณหมอ


 
วิธีการ
1. เอาให้แน่ น้องเหมียวท้องผูกจริงหรือเปล่า


1. คอยสังเกตว่าแมวฉี่ได้ตามปกติหรือเปล่า. น้องเหมียวสุขภาพดีจะฉี่ประมาณ 2-3 ครั้งต่อวัน ถ้าฉี่ไม่ออก ต้องเบ่ง แปลว่าทางเดินปัสสาวะอักเสบ เป็นนิ่ว หรือเกิดการอุดตัน ซึ่งล้วนแต่เป็นอาการร้ายแรงทั้งนั้น ท้องผูกนี่เทียบไม่ได้เลย ลองแอบสังเกตกระบะทรายของน้องเหมียวดู ว่าฉี่มากน้อยแค่ไหนในแต่ละวัน


2. สังเกตว่าแมวถ่ายมากน้อยแค่ไหน. ถ้าแมวหายเข้าไปในกระบะทรายทีละนานๆ แปลว่าอาจท้องผูก แต่อีกกรณีคืออาจท้องเสียก็ได้ น้องเหมียวจะนั่งยองๆ อยู่ในนั้นนานเลยล่ะถ้าท้องเสีย บางทีก็อึออกมาแค่นิดเดียว จนเราเข้าใจผิดไปได้ว่าท้องผูก
แมวสุขภาพดีจะอึประมาณวันละ 1 ครั้ง และควรเป็นก้อน ไม่นิ่มเละหรือแข็งเกินไป
แมวท้องผูกกันได้ แต่บางทีก็กลายเป็นอาการเริ่มต้นของโรคอื่น คุณต้องคอยจับตาดูแมวจนแน่ใจว่าไม่ได้เป็นโรคอื่นที่ร้ายแรงกว่าแทน

วิธีการ รักษาแมวท้องผูก ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.petcitiz.info/แมว/

11
ระยะเวลาในการตั้งท้องของแมวโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 9 สัปดาห์ คุณจะเห็นการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและพฤติกรรมหลังจากที่แมวท้องได้ไม่นาน  วิธีสังเกตการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าแมวของคุณกำลังท้อง และการพาแมวไปพบสัตวแพทย์เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้คุณทราบได้อย่างชัดเจน ถ้าคุณไม่ใช่นักเพาะพันธุ์แมวมืออาชีพ คุณควรจะทำหมันแมวคุณซะ เพราะประชากรแมวที่เยอะเกินไปเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้แมวถูกทอดทิ้ง แมวจำนวนมากจึงต้องจบชีวิตลงด้วยวิธีการการุณยฆาตเมื่อพวกมันไร้บ้าน


 
ส่วน1. สัญญาณของภาวะเจริญพันธุ์


1. แมวอยู่ในวัยเจริญพันธุ์. เมื่อถึงหน้าร้อนและแมวของคุณอยู่ในช่วงวัยนี้ มีโอกาสเป็นไปได้ที่แมวของคุณจะตั้งท้อง
แมวตัวเมียจะเริ่มหลั่งสารดึงดูดทางเพศในช่วงที่มีสภาพอากาศอบอุ่น ปกติจะอยู่ระหว่างฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง
แมวตัวเมียจะเริ่มวงจรการเป็นสัด (แรงกระตุ้นทางเพศ) ในช่วงที่มีอากาศอบอุ่นขึ้น และแมวมีน้ำหนักตัวอยู่ที่ประมาณ 80% ของน้ำหนักโตเต็มวัย ในกรณีที่ไม่ปกติ แมวสามารถเป็นสัดได้เร็วที่สุดเมื่ออายุสี่เดือน



2. แมวมีพฤติกรรมการผสมพันธุ์. เมื่อแมวได้รับแรงกระตุ้นทางเพศ แมวจะแสดงพฤติกรรมในการหาคู่อย่างชัดเจน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 4 ถึง 6 วัน[2]
เมื่อแมวเริ่มเข้าสู่ภาวะการเป็นสัด พฤติกรรมเริ่มแรกของระยะนี้ คือ มันจะพักผ่อนน้อยลง เริ่มถูหัวและคอกับสิ่งของ ส่งเสียงเรียกเบาๆ และมีความอยากอาหารมากขึ้น
เมื่อแมวอยู่ในภาวะการเป็นสัด แมวจะเริ่มส่งเสียง “เรียก” โดยมีอาการร้องหง่าวเสียงดังบ่อยครั้งและไม่ยอมหยุดร้อง ช่วงนี้แมวจะเริ่มสูญเสียความอยากอาหาร
แมวที่ติดสัดจะเข้ามาคลอเคลียมากกว่าปกติ นอนม้วนตัวไปมา ทำท่าหมอบแล้วยกก้นขึ้น และเบี่ยงหางไปด้านข้าง


วิธีการ ดูว่าแมวตั้งท้องหรือยัง ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.plawharn.com/category/animal/

12
สูตรผิวขาวด้วยสมุนไพร เคล็ดลับผิวขาวแบบธรรมชาติ แค่ 7 สูตรนี้แหละ คล้ำแค่ไหนก็ผิวขาวกระจ่างใสขึ้นได้ไม่ยาก

หากพูดถึงสมุนไพรไทยในบ้านเรา เรียกได้ว่าหาได้ง่ายมาก ๆ แถมยังมีประโยชน์มากมาย ทั้งในเรื่องสุขภาพ รวมไปถึงประโยชน์ในเรื่องของความสวยความงามก็ด้วย ซึ่งสาว ๆ รู้ไหมคะว่าสมุนไพรไทยนั้นสามารถทำให้ผิวขาวขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ ที่สำคัญทำแล้วได้ผลดีมาก ๆ แถมยังประหยัดเงินในกระเป๋าของเราได้อีกด้วย ทั้งนี้สำหรับคุณสาว ๆ คนไหนที่อยากจะลองหรืออยากจะได้สูตรผิวขาวด้วยสมุนไพร วันนี้กระปุกดอทคอมขนสูตรลับจากธรรมชาติมาให้สาว ๆ ได้ลองทำตามกันเพียบ รับรองว่าผิวคล้ำแค่ไหน สมุนไพรไทยบ้านเราก็เอาอยู่แน่นอน ไปดูกันเลย

สูตรมะขามเปียก น้ำผึ้ง และนมสด

นำมะขามเปียก 1 กำมือ มาคั้นกับนมสด 1 แก้ว ผสมน้ำผึ้งลงไปอีกประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ ขยำให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นให้นำส่วนผสมที่ได้มาขัดผิวให้ทั่วทั้งตัว โดยให้ขัดวน ๆ อย่างเบามือ เมื่อขัดเสร็จแล้วให้พอกตัวทิ้งไว้อีกประมาณ 15-20 นาที แล้วค่อยล้างออกให้สะอาด สูตรนี้สามารถทำได้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ผิวของคุณจะค่อย ๆ กระจ่างใส และขาวเนียนนุ่มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

สูตรผิวขาวด้วยสมุนไพร

สูตรขมิ้น

นำขมิ้นสดไปขูดหรือบดให้เป็นเนื้อละเอียด จากนั้นให้นำมาขัดผิว และพอกทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที สูตรนี้สามารถทำได้บ่อย ๆ เท่าที่ต้องการ จะช่วยทำให้ผิวพรรณขาวผ่อง และดูสดใสมีน้ำมีนวล

สูตรขมิ้น น้ำผึ้ง และน้ำมะนาว

นำผงขมิ้น ประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ มาผสมให้เข้ากันกับน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นให้นำมาขัดผิวให้ทั่วตัว พร้อมกับพอกทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วค่อยล้างออกให้สะอาด ทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ผิวจะขาวเปล่งปลั่งขึ้น จนใคร ๆ ก็ต้องทัก

สูตรผิวขาวด้วยสมุนไพร

สูตรน้ำมะนาว

นำมะนาวสด ๆ มาผ่าครึ่ง (จะกี่ลูกก็ได้ ขึ้นอยู่กับพื้นที่ขนาดตัวของแต่ละคน) เมื่อผ่าครึ่งแล้วให้บีบน้ำมะนาวใส่ถ้วย จากนั้นให้นำเปลือกมะนาวด้านในไปชุบกับน้ำมะนาวที่บีบไว้ แล้วนำมาขัด ๆ ถู ๆ ลงบนผิว เสร็จแล้วให้ล้างออกให้สะอาด ผิวของคุณจะขาวขึ้นทันที เพราะน้ำมะนาวจะมีกรดอ่อน ๆ สามารถขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก ซึ่งสูตรนี้ทำเพียงแค่สัปดาห์ละ 1 ครั้งก็พอค่ะ




สูตรผิว ขาวใส ด้วยสมุนไพร 7 สูตรง่าย ๆ คล้ำแค่ไหนก็ขาวขึ้นได้ ดูเพิิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/

13
การประหยัดพลังงานไฟฟ้าในครัวเรือนควรเริ่มต้นกันตั้งแต่การเลือกซื้อ เครื่องใช้ไฟฟ้ามาใช้งานเพราะการพิจารณาเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างมีหลักเกณฑ์ ย่อมจะยังผลให้เกิดการประหยัดพลังงาน และประหยัดเงินค่าไฟ ซึ่งวิธีการประเมินคุณค่าของเครื่องใช้ไฟฟ้าก่อนการตัดสินใจเลือกซื้อมีข้อ แนะนำดังนี้

12 คำถามก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า
1. ตรวจดูว่าตัวถังเครื่องใช้ไฟฟ้า มีรอยขีดข่วน ชำรุด บุบ สีถลอก มีตำหนิที่จุดใดหรือไม่

2. ตรวจดูที่สายไฟของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จะซื้อว่าฉนวนมีรอยถลอกเนื่องจากหนูกัด แมลงสาบแทะหรือไม่ สายไฟกับปลั๊กต่อกันสนิทหรือไม่

3. ตรวจดูว่าสายไฟของอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นสายไฟที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน อุตสาหกรรมหรือไม่ โดยดูจากยี่ห้อที่ประทับบนสายไฟต้องชัดเจน มีเครื่องหมายมาตรฐานมอก. และต้องเป็นสายไฟที่สามารถทนกระแสสูงสุดของเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นได้

4. สอบถามราคาของเครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นที่จะซื้อ เปรียบเทียบกัน 3-4 ร้าน ก่อนตัดสินใจ

5. ตรวจดูอุปกรณ์เสริมประกอบที่มีมากับเครื่องใช้ไฟฟ้าว่ามีครบตามรายการหรือไม่

6. ตรวจดูว่าเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นใช้กับแรงดันไฟฟ้าในบ้านเราคือ ระดับแรงดัน 220 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิร์ต (Hz.) หรือไม่

7. ดูว่ากำลังไฟฟ้าที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นว่าใช้เท่าไร เปรียบเทียบกับขนาดและรุ่นเดียวกันกับยี่ห้ออื่น ๆ



12 วิธี เลือกซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างชาญฉลาด เครื่องครัว ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/เครื่องครัว/

14
สำหรับเกม Dead by Daylight นั้นเป็นเกมออนไลน์แนวสร้างห้องเพื่อที่จะเล่นด้วยกัน เหมาะมากที่เอาไว้เล่นกับเพื่อนๆ (เพื่อนสนิทได้ยิ่งดี ยิ่งเพิ่มความมันส์) โดยคนเล่นจะต้องเลือกว่าจะอยู่ฝั่งผู้รอดชีวิต 4 คน หรือจะเป็นฆาตกรโรคจิต ซึ่งหลักๆของเกม คือฆาตกรโรคจิตจะเป็นหัวหน้าห้อง ซึ่งคนเล่นจะสามารถเลือกตัวละครได้ โดยแต่ละตัวละครจะมีความสามารถที่แตกต่างกันออกไป

ผู้เล่นเล่นจะถูกนำไปทิ้งกลางป่าที่มีบรรยากาศที่น่าขนลุก หน้าที่ของผู้รอดชีวิตก็คือ ต้องแอบฆาตกรโรคจิต ไปซ่อมเครื่องปั่นไฟที่กระจายตามจุดต่างๆ ของแผนที่อย่างน้อย 5 จุด โดยเมื่อเปิดเสร็จแล้วก็จะสามารถไปเปิดประตูทางออกเพื่อหนีออกไปได้ แน่นอนว่ามันก็ไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะฆาตกรโรคจิตจะคอยไล่ล่าคุณ มองหาผู้เล่นและขัดขวางคนเล่นเอาไว้ตลอดเวลา
Dead by Daylight

ซึ่งล่าสุด ตัวเกมได้เพิ่มความน่าเล่นยิ่งขึ้นไปอีก นั่นคือเหล่าขบวน DLC ที่เป็นการนำลิขสิทธิ์ตัวละครเหล่าฆาตกรต่อเนื่องหรือนักฆ่าทั้งหลายมาจากภาพยนตร์สยองขวัญชื่อดังมากมายให้ได้เลือกสวมบทบาทเล่นกัน

ไล่ตั้งแต่ ไมเคิล ไมเออร์ จาก Halloween, เลเธอร์เฟซจากสิงหาสับ (Texas Chainsaw Massacre), เฟรดดี้ ครูเกอร์ จากนิ้วเขมือบ (A Nightmare on Elm Street) และปิดท้ายด้วยหน้ากากหมู (The Pig) ฆาตกรตัวใหม่จาก DLC ตัวล่าสุด ที่ได้ลิขสิทธิ์จากภาพยนตร์ปรากฏการณ์สยองขวัญรูปแบบใหม่ของโลกอย่าง “SAW” ที่ผ่านมาว่าโหดแล้ว ล่าสุดมีแฟนๆ หนังเรื่องนี้ไม่น้อยเลยทีเดียวที่สนใจกับ DLC ตัวนี้

Dead by Daylightสำหรับผู้เล่นจะได้รับจาก The Saw หรือ DLC ตัวล่าสุดนี้ จะมีตั้งแต่ฆาตกรตัวใหม่อย่างหน้ากากหมู (The Pig) ที่มีความสามารถในการทรมานผู้เล่นอีกฝั่งด้วยหน้ากากกับดักหมีอันเป็นอุปกรณ์สังหารประจำภาพยนตร์ SAW มาโดยตลอด, ตัวละครฝั่งผู้รอดชีวิตที่เลือกเล่นได้อย่าง เดวิด แทปป (David Tapp) นายตำรวจผู้ที่สามารถกำจัด Saw ลงได้ และปิดท้ายด้วยฉากการเล่นอันมีธีมเป็นห้องที่เกิดเหตุการณ์สยองขวัญขึ้นจากในภาพยนตร์ดังกล่าว

The Saw สนนราคาอยู่ที่ 250 บาทโดยประมาณ (6.99 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ) ในขณะที่ตัวเกมส์หลักนั้นจะอยู่ที่ 700 บาทโดยประมาณ (20 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ) เป็นยังไงกันบ้างครับ สำหรับ DLC ตัวนี้



เกมออนไลน์ ฆาตรกรโหดบุก Dead by Daylight !! ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.potatotechs.com/เกมออนไลน์/

15
เมื่อได้น้องหมามาใหม่ สิ่งแรกที่ผู้เลี้ยงทุกคนจะต้องนึกถึงคุณหมอ ก็คือการพาน้องหมาไปตรวจสุขภาพ เพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีน ในเรื่องของการฉีดวัคซีนนั้น จะเริ่มฉีดให้น้องหมาเมื่อใด และฉีดป้องกันโรคอะไรบ้าง เรื่องเหล่านี้เจ้าของส่วนใหญ่มักจะทราบกันดีอยู่แล้ว แต่มีบางเรื่องที่เจ้าของส่วนใหญ่ยังไม่ทราบ ซึ่งทั้งหมดล้วนมีความสำคัญและเป็นเรื่องจริงเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนในสุนัขที่เราควรรู้ทั้งนั้น จะมีเรื่องใดบ้าง เชิญอ่านได้ใน มุมหมอหมา วันนี้ครับ

1 ลูกสุนัขที่ได้รับวัคซีนเข็มแรก “ก่อนกำหนด” จะทำให้เสี่ยงป่วยเป็นโรคมากยิ่งขึ้น

เป็นที่ทราบกันดีว่า ลูกสุนัขควรได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรกเมื่ออายุ 6-8 สัปดาห์ขึ้นไป แต่ด้วยความหวังดีอยากในลูกสุนัขมีภูมิคุ้มกันโรคไว ๆ จะได้ไม่ป่วย จึงรีบพาไปฉีดวัคซีนก่อนกำหนด ซึ่งการที่เราเร่งฉีดวัคซีนให้น้องหมาเร็วเกินไปนั้น ระบบภูมิคุ้นกันของลูกสุนัขยังทำงานไม่สมบูรณ์ การสร้างภูมิคุ้มกันจากวัคซีนจึงไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในช่วงอายุดังกล่าว ยังมีภูมิคุ้มกันที่ได้รับโดยตรงจากแม่ ผ่านนมน้ำเหลืองที่ลูกสุนัขกินเข้าไปเมื่อ 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอดอยู่แล้ว

หากได้รับการฉีดวัคซีนก่อนกำหนด จะทำให้ภูมิคุ้มกันที่ได้จากแม่ถูกทำลายไป ในขณะที่ตัวลูกสุนัข ก็ยังสร้างภูมิคุ้มกันเองไม่ได้ และถึงแม้จะเริ่มสร้างได้แล้ว ก็ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรหลังจากฉีด จนกว่าที่ร่างกายจะเริ่มสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาในระดับที่สามารถป้องกันได้ เท่ากับว่าการเร่งฉีดวัคซีนเร็วก่อนกำหนดนั้น ไม่ได้ก่อประโยชน์อะไรเลย เสียเงินเสียทองฟรีเสียเปล่า อีกทั้งลูกสุนัขยังเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น เพราะภูมิคุ้มกันจากแม่ถูกทำลายไป ทั้งนี้ในการเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มแรกเมื่อใดนั้น คุณหมอจะเป็นผู้พิจารณากำหนดการฉีดวัคซีนของลูกสุนัขแต่ละตัว โดยดูจากประวัติวัคซีนของแม่ การได้รับนมน้ำเหลืองของลูก และการอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อการระบาดของโรคในลูกสุนัขตัวนั้น ๆ ครับ

2 สุนัขที่เพิ่งได้รับการฉีดวัคซีนไปอาจป่วยหรือแพ้วัคซีนได้

วัคซีนส่วนใหญ่ที่เราใช้กัน จะเป็นวัคซีนเชื้อเป็น (Modified live vaccine) โดยนำเชื้อก่อโรคมาผ่านกระบวนการทำให้อ่อนกำลังลง การที่สุนัขได้รับวัคซีนเข้าไปก็คล้ายกับการได้รับเชื้อเข้าไป แตกต่างกันก็ตรงที่ วัคซีนที่ฉีดเข้าไปนั้นไม่สามารถทำให้สุนัขเกิดโรคได้ เพราะเชื้อไม่มีกำลังมากพอที่จะก่อโรค เพียงแต่มีกำลังสำหรับเหนี่ยวนำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายตอบสนองและจดจำเชื้อเท่านั้น การป่วยหลังจากที่เพิ่งฉีดวัคซีนไปสามารถเกิดขึ้นได้ เพราะเป็นผลมาจากปฏิกิริยาของร่างกาย เช่น มีไข้อ่อน ๆ ซึม กินอาหารลดลง เจ็บปวดบริเวณที่ฉีด ฯลฯ ซึ่งเป็นผลข้างเคียงของการฉีดวัคซีน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมคุณหมอจึงมักจะแนะนำ ให้เจ้าของงดอาบน้ำให้น้องหมา 7 วันหลังจากฉีดวัคซีน ซึ่งรวมถึงกิจกรรมอื่น ๆ ที่อาจทำให้น้องหมาป่วยก็ควรที่จะงดด้วย

บางรายก็อาจเกิดการแพ้วัคซีนได้ เพราะร่างกายเกิดการต่อต้านวัคซีน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามา แต่ไม่ได้เกิดขึ้นกับสุนัขทุกตัว เพียงแต่เจ้าของจะต้องหมั่นสังเกตอาการน้องหมาหลังจากฉีดวัคซีนให้ ถ้ามีความผิดปกติต้องแจ้งให้คุณหมอทราบทันที ปัญหาเหล่านี้สามารถจัดการแก้ไขได้ ไม่ควรวิตกกังวลมากจนเกินไป ทั้งนี้การป่วยหลังการการฉีดวัคซีนบางครั้ง อาจเกิดจากน้องหมาอาจมีเชื้อแฝงอยู่ก่อน แต่ยังไม่แสดงอาการ พอฉีดวัคซีนเข้าไปจึงทำให้เกิดการป่วยรุนแรงตามมา ดังนั้นสุนัขที่เข้ารับการฉีดวัคซีนทุกครั้ง จะต้องมีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์เต็มที่ เจ้าของจะต้องสังเกตอาการของน้องหมาให้ดี ถ้าป่วยอยู่จะต้องทำการรักษาให้หายก่อนที่จะฉีดวัคซีนครับ


7 เรื่องจริงเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนใน หมา ที่เราควรรู้ ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.plawharn.com/category/animal/

หน้า: [1] 2 3 ... 12