แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 12
1
การใช้จุลินทรีย์สด หรือ EM สด หมายถึงการใช้จุลินทรีย์ (EM) จากโรงงานผลิต หรือ ผู้จำหน่ายที่ยังไม่ได้ทำการแปรสภาพ

วิธีใช้และประโยชน์ EM สด
1. ใช้จุลินทรีย์น้ำกับพืช
• ผสมน้ำในอัตรา 1 : 1,000 (EM 1 ช้อนโต๊ะ กากน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ : น้ำ 10 ลิตร) ใช้ ฉีด พ่นราด พืชต่างๆ ให้ทั่วจากดิน ลำต้น กิ่ง ใบ และนอกทรงพุ่ม
• พืช ผัก ฉีด พ่น รด ราด ทุก 3 วัน
• ไม้ดอก ไม้ประดับ เดือนละ 1 ครั้ง การใช้ จุลินทรีย์สดในดิน ควรมีอินทรียวัตถุปกคลุมด้วย เช่น ฟางแห้ง ใบไม้แห้ง ฯลฯ เพื่อรักษาความชื้นและเป็นอาหารของจุลินทรีย์ต่อไป
2. ใช้ในการทำ EM ขยายจุลินทรีย์น้ำ จุลินทรีย์แห้งและอื่น
• (ดูรายละเอียดในการทำ )
3. ใช้กับสัตว์ (ไม่ต้องผสมกากน้ำตาล)
• ผสม EM 1 ช้อนโต๊ะ : น้ำ 200 ลิตร ให้สัตว์กินทำให้แข็งแรง
• ผสม EM 1 ช้อนโต๊ะ : น้ำ 10 ลิตร ใช้พ่นคอกให้สะอาด กำจัดกลิ่น
• หากสัตว์เป็นโรคทางเดินอาหารให้กิน EM สด 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับอาหารให้สัตว์กิน ฯลฯ
4. ใช้กับสิ่งแวดล้อม
• ใส่ห้องน้ำ – ห้องส้วม ใส่โถส้วมทุกวัน วันละ 1 ช้อนโต๊ะ (หรือสัปดาห์ละ ½ แก้ว) ช่วยให้เกิดการย่อยสลาย ไม่มีกาก ทำให้ส้วมไม่เต็ม
• กำจัดกลิ่น ด้วยการผสมน้ำและกากน้ำตาล ในอัตรา ส่วน 1:1:1,000 (EM 1 ช้อนโต๊ะ : กากน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ : น้ำ 1 ลิตร ) ฉีด พ่น ทุก 3 วัน
• บำบัดน้ำเสีย 1:10,000 หรือ EM 2 ช้อนโต๊ะ :น้ำ 200 ลิตร
• ใช้กำจัดเศษอาหารหรือทำปุ๋ยน้ำจากเศษอาหาร
(ดูรายละเอียดในการทำ)
• แก้ไขท่ออุดตัน EM 1 ช้อนโต๊ะ ใส่ 5-7 วัน / ครั้ง
• ฉีดพ่นปรับอากาศในครัวเรือน
• กำจัดกลิ่นในแหล่งน้ำ
– ใช้ ฉีด พ่น หรือ ราดลงไปในแหล่งน้ำ 1 ลิตร : 10 ลบ.ม.


จุลินทรีย์ชีวภาพ ที่มีประสิทธิภาพ EM มีประโยชน์อย่างไร ดูเพิ่มเติมได้ที่น่ี่ https://www.bcithailand.net/จุลินทรีย์ชีวภาพ/

2
ความหมาย และความสำคัญของเด็กปฐมวัย
เด็กปฐมวัย คือ เด็กที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ปีบริบูรณ์ การอบรมและเลี้ยงดูแก่เด็กปฐมวัยมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากเด็กวัยนี้ต้องการการเรียนรู้ในสิ่งแวดล้อมรอบๆตัว ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ด้าน จากบิดา มารดา คนรอบข้างและสิ่งแวดล้อม
ซึ่งจะส่งผลให้เกิดพัฒนาการที่เป็นรากฐานของ บุคลิกภาพ อุปนิสัย และการเจริญเติบโตทั้งทางร่างกายและจิตใจ สมอง สติปัญญา ความสามารถ เพราะเด็กในช่วงตั้งแต่ปฏิสนธิในครรภ์แม่จนถึง 4 ปี ระบบประสาทและสมองจะเจริญเติบโตในอัตราสูงสุด (ประมาณ 80 % ของผู้ใหญ่) การอบรมปลูกฝังสร้างเสริมพัฒนาการทุกด้านให้แก่เด็กปฐมวัยได้เจริญเติบโตเต็มศักยภาพในช่วงอายุนี้ จะเป็นรากฐานที่ดีจะให้เขาเติบโตเป็นเยาวชนและพลเมืองที่ดี เฉลียวฉลาด คิดเป็น ทำเป็น และมีความสุข เด็กปฐมวัยจะมีชีวิตรอดและเติบโตได้ก็ด้วยการพึ่งพาพ่อแม่ และผู้ใหญ่ที่ช่วยเลี้ยงดู ปกป้องจากอันตราย หากผู้ใหญ่ให้ความรักเอาใจใส่ใกล้ชิด อบรมเลี้ยงดูโดยเข้าใจเด็กพร้อมจะตอบสนองความต้องการพื้นฐานที่เปลี่ยนไปตามวัยได้อย่างเหมาะสมให้สมดุลกันทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สติปัญญา และสังคมแล้ว เด็กจะเติบโตแข็งแรง
แจ่มใส มีความมั่นคงทางใจ รู้ภาษา ใฝ่รู้ และใฝ่ดี พร้อมที่จะพัฒนาตนเองในขั้นต่อไป ให้เป็นคนเก่งและคนดีอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นสุขและมีประโยชน์
พัฒนาการ (Development) หมายถึงการเปลี่ยนแปลงด้านการทำหน้าที่ (Function) และวุฒิภาวะ (Maturation) ของอวัยวะระบบต่างๆ รวมทั้งตัวบุคคล ให้สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำสิ่งที่ยากสลับซับซ้อนมากขึ้น ตลอดจนการเพิ่มทักษะใหม่ๆ และความสามารถในการปรับตัวต่อสภาวะแวดล้อมหรือภาวะใหม่ในบริบทของครอบครัวและสังคม พัฒนาการของมนุษย์จำแนกเป็น 5 ด้านได้แก่ ด้านร่างกาย ,อารมณ์ , จิตใจ , สังคมจิตวิญญาณ
สื่อ
การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมประสบการณ์ให้กับเด็ก ปัจจัยหนึ่ง ที่จะขาดไม่ได้ก็คือ….. สื่อประกอบการจัดกิจกรรม เพราะสื่อมี บทบาทสำคัญในการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ เจตคติ ค่านิยม รวมทั้งทักษะต่างๆ การเลือกใช้สื่อที่เหมาะสม และมีประสิทธิภาพรวมทั้งต้องรู้จักวิธีการเก็บรักษาสื่อ
สำหรับเนื้อหาในตอนนี้มีสาระที่น่าสนใจดังนี้
3.1 ความหมาย ความสำคัญ และประเภทของสื่อ
3.2 วิธีการเลือกใช้สื่อสำหรับเด็กและข้อควรระวังในการใช้สื่อ
3.3 การเก็บรักษาและซ่อมแซมสื่อ


เพลงเด็ก เพลงสำหรับเด็กปฐมวัย ดูเพิ่มเติมได้ที่น่ี่ https://www.thaikidssong.com/category/เพลงเด็ก/

3
เที่ยวเกาะลิบง จังหวัดตรัง สัมผัสเสน่ห์ทะเลใต้ที่น่าค้นหา และยลวิถีชาวเกาะแห่งอันดามัน จนคุณเองต้องร้องว้าว ! อย่างไม่น่าเชื่อ

เกาะลิบง ขึ้นชื่อว่าเป็นเกาะใหญ่ที่สุดของจังหวัดตรัง หลายครั้งที่เราเคยได้ยินชื่อสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้มานาน แต่ก็ยังไม่เคยสักครั้งที่จะมีโอกาสได้ไปเที่ยวจริง ๆ จัง ๆ สักที ที่นี่นอกจากธรรมชาติที่ยังสวยงามแล้ว วิถีชีวิตชาวบ้านก็มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน วันนี้เราจะตาม คุณ Teejingpentayvada สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ไปเที่ยวเกาะลิบงกัน ลองมาดูกันสิว่าดินแดนใต้แห่งนี้จะมีเสน่ห์มัดใจนักท่องเที่ยวอย่างเราได้แบบอยู่หมัดหรือเปล่า…

เกาะลิบง

+++++++++++++++

หลังจากที่เราเดินทางด้วยการนั่งรถไฟไปหาดใหญ่ครั้งที่แล้ว (รีวิวเดิม [CR] นั่งรถไฟ ไปหาดใหญ่ ขับมอเตอร์ไซค์ เที่ยวเกาะยอ) เที่ยวหาดใหญ่กันแบบ One Day Trip เลยทีเดียว แล้ววันลายังเหลือ เลยอยู่เที่ยวต่อจังหวัดที่ใกล้เคียงกัน ด้วยการนั่งรถตู้มาที่จังหวัดตรัง แต่หากใครอยากนั่งรถไฟมาจังหวัดตรังก็กด 1690 สอบถามราคาได้ หรือเลือกเดินทางด้วยวิธีอื่น ๆ ก็ลองหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเองอีกทีนะคะ เพราะครั้งนี้เรานั่งรถตู้จากหาดใหญ่มาจังหวัดตรังแค่ 120 บาทเอง ราว ๆ 2 ชั่วโมง ก็ถึง

คิวรถ 2 แถว จากแถวตลาดกิมหยงหาดใหญ่ไปตลาดท่าเกษตร 10 บาท เพื่อขึ้นรถตู้ไปจังหวัดตรังที่นั่นนะคะ

หลับตลอดทาง แป๊บ ๆ ก็มาถึงตรังแล้ว แต่ที่พักยังไม่ได้หานี่สิ เลยนั่งพักที่สถานีขนส่งแล้วลองค้นหาในอินเทอร์เน็ต เจอโฮสเทลน่ารักเพิ่งเปิดใหม่ A local Something Hostel แต่ก่อนหน้านั้นเราก็ลองโทรศัพท์จองที่พักอีกที่ไว้แล้ว ซึ่งเป็นแพลนของเราที่จะอยู่เที่ยวตรังต่ออีกวัน คือที่พักบนเกาะลิบง เสี่ยงมากอะ มาแบบไร้แพลน มาจองเอาดาบหน้าเองหมดเลย แต่ที่พักว่างหมดเลยนะ เนื่องจากมาวันธรรมดาและเป็นช่วงมรสุมของเกาะแล้ว แต่เอ๊ะ ! มรสุมแล้วจะไปทะเลทำไม เดี๋ยวมาติดตามกันต่อค่ะ

ตอนนี้โฮสเทลจองได้แล้วมีห้องว่าง เดี๋ยวไปดูที่พักกันค่ะ ความจริงที่นี่มีเพจของที่พักนะคะ เข้าไป A local Something Hostel ใน facebook ได้เลย แล้วสอบถามที่พักทาง inbox ได้ หรือจะโทรศัพท์ไปคุยก็ได้ วิธีเดินทางจากสถานีขนส่งตรังไปที่พักก็ตามนี้เลยค่ะ

ถ้าสัมภาระไม่เยอะ จากสถานีขนส่งจังหวัดตรัง นั่งวินมอเตอร์ไซค์มาก็ได้ค่ะ 50 บาท รถตุ๊กตุ๊กอาจจะประมาณ 60 บาท หรือมากกว่านั้น ก็นั่งสบาย ๆ แต่เรามันสายแว้น ซ้อนพี่วินมา ถามที่พักได้เลยว่าถ้านั่งวินมาให้มาลงตรงไหน พี่วินก็คุยเก่ง ชวนเม้าท์ตลอดเวลา และวนหาที่พัก แป๊บเดียวก็เจอ แต่ถ้าเดินมาจากสถานีรถไฟเดินได้อยู่นะ อยู่ไม่ไกลสถานีรถไฟด้วย

เห็นแค่หน้าที่พักก็กรี๊ดเลย สวยหวานเว่อร์จนเขิน
ไอ้เราก็นั่งวินมาแบบหัวฟูเลย เจอที่พักหวาน ๆ ดั่งห้องนอนเจ้าหญิงเข้าไปก็เขินนิดหน่อย ปกตินอนแต่โฮสเทลสีดาร์ก ๆ คุมโทนสบาย ๆ นี่มาซะหวานเลย ทุกอย่างจะดูซอฟต์ลงเมื่อเป็นพาสเทลจริง ๆ ที่พักน่ารักมาก เก็บความกรี๊ดไว้ในใจ ถ่ายรูปไม่หยุด

แถมช่วงที่มายังมีส่วนลดด้วย เราเลือกห้องนอนรวมหญิง ค่าห้องจากราคา 490 บาท ลดให้ 10% เหลือ 440 บาท บวก ค่าประกันกุญแจห้อง 100 บาท ก็จ่ายไปก่อน 540 บาท ไม่มีอาหารเช้า แต่กาแฟ โอวัลติน ขนมปัง หน้าเคาท์เตอร์กินฟรีนะคะ





ท่องเทียวเกาะลิบง จ.ตรัง เยือนถิ่นทะเลใต้ ประทับใจเกินร้อย ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.plawharn.com/

4
การรักษาสิ่งแวดล้อมในสถานที่ทำงานให้สะอาด สะดวก และถูกสุขลักษณะ เอสเอ็น มีการพัฒนารูปแบบการทำความสะอาดให้เหมาะสมกับธุรกิจที่หลาก หลายของลูกค้า

เราได้มีการนำเทคโนโลยี / นวัตกรรมใหม่ๆที่มีประสิทธิภาพ ที่ทันสมัย และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับคนและสิ่งแวดล้อม เข้ามาช่วยในการ ทำงานด้วย เราให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมพนักงานให้มีความรู้ ความ สามารถ และมีทัศนคติที่ดีในการทำงานเพื่อที่จะส่งมอบบริการต่าง ๆให้กับ ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

การทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ
การทำความสะอาดในเขตควบคุมเชื้อ – เพราะการทำความสะอาดทั่วไปนั้น ไม่เพียงพอ จึงต้องมีการทำความสะอาดแบบควบคุมการติดเชื้อเพื่อสุข อนามัยขั้นสูงที่ได้รับมาตราฐานและสามารถป้องกันการแพร่เชื้อได้

การทำความสะอาดห้องต่างๆ – เป็นการดูแลสุขภาพและความปลอดภัย ของร่างกายอีกทางหนึ่ง เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและมี ประสิทธิภาพในทุกสภาพแวดล้อม )

การทำความสะอาดห้องน้ำ – เราคัดสรรตั้งแต่การเลือกน้ำยาล้างห้องน้ำ ให้เหมาะกับพื้นผิวเหล่านั้น ขัดล้างและตรวจเช็คอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ

การบริการซัก อบ รีด
เพราะทุกวันนี้อากาศร้อนทำให้เสื้อผ้าที่ทุกคนสวมใส่นั้นมีเหงื่อไคล (และฝุ่นละอองจากผ้า)เพิ่มมากยิ่งขึ้น เอสเอ็นจึงมีบริการนี้เพื่อช่วยดูแลเสื้อผ้าของ ลูกค้าอีกทางหนึ่ง ซึ่งเรามีพนักงานที่ได้รับการฝึกอบรมเป็นอย่างดีในการซัก อบ รีด แบบเน้นการถนอม ใส่ใจในทุกเนื้อผ้า ให้มีสีสัน รูปทรงที่สวยงาม กลิ่นหอมและสามารถใช้ได้นานยิ่งขึ้น




บริการทำความสะอาด การทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ  ดูเพิ่มเติมได้ที่น่ี่ http://snss.co.th/dt_post/soft-services/

5
สิ่งสำคัญในการจัดงานแต่งงานที่ไม่มีไม่ได้เลยคือการจัดเลี้ยง ที่จะเลี้ยงแขกที่มาร่วมงานทุกคน จะถือว่าเป้นไฮไลท์ที่สำคัญอีกอย่างเลยก็ว่าได้ เพราะส่วนนี้จะช่วยทำให้แขกประทับใจอีกอย่างหนึ่งนอกจาก สถานที่จัดงานแต่งงาน การดูแลแขก การตกแต่งงานแต่งงาน ชุดแต่งงาน บ่าวสาว ซึ่งการจัดเลี้ยงและอาหารที่แสนอร่อยก็จะทำให้แขกพูดถึงงานแต่งงานมากที่สุด โดยการจัดเลี้ยงอาหารในงานแต่งงานจะมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น แบบอาหารหนักจัดเต็มกับโต๊ะจีน หรืออาหารที่หลากหลายแบบบุฟเฟ่ต์ และการตกแต่งไลน์อาหารที่สวยงามสไตล์ค็อกเทล

โดยรูปแบบการจัดเลี้ยงอาหารในงานแต่งงานนนั้นจะขึ้นอยู่กับจำนวนของแขกที่มาร่วมงาน รูปแบบของแขก สถานที่จัดงานแต่งงาน และความชอบ ความต้องการของบ่าวสาวเอง หากมีแขกที่เป็นผู้ใหญ่เยอะการเลือกจัดเลี้ยงอาหารแบบโต๊ะจีนจะเหมาะที่สุด แต่หากมีแขกหลายวัยและจำนวนคนที่เยอะก็ต้องเป็นการจัดเลี้ยงอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ สำหรับการจัดเลี้ยงอาหารงานแต่งงานแบบค็อกเทล จะเป็นการจัดเลี้ยงสไตล์ทันสมัยจะเหมาะกับแขกในวัยเดียวกันกับเจ้าสาว แขกผู้ใหญ่ไม่เยอะ เน้นพูดคุย

ในปัจจุบันบ่าวสาวรุ่นใหม่ก็จะเลือกการจัดเลี้ยงอาหารงานแต่งงานแบบค็อกเทล เพราะสามารถตกแต่งงานได้เก๋ๆ แขกได้เดินพูดคุยได้อย่างสะดวกสบาย อาหารพอคำทานกำลังพอดี มีอาหารให้เลือกที่หลากหลายทานได้ทุกวัย ด้านเครื่องดื่มก็มีทั้งแบบมีแอลกอฮอล์ และแบบไม่มีแอลกอฮอล์ จัดเต็มให้ได้ทานกัน เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นวันนี้ แสนอร่อยกับสไตล์ตกแต่งการจัดเลี้ยงอาหารแบบค็อกเทลมาฝากกัน

นอกเหนือจากอาหารค็อกเทล ที่มีน่าตาน่ารักประทานแล้ว ในด้านการตกแต่งการจัดเลี้ยงแบบค็อกเทล ก็ต้องสวย เก๋ ตามรูปแบบอาหารด้วย โดยเราสามารถที่จะเพิ่อพร็อพจัดตกแต่งเข้าไปบนโต๊ะที่วางอาหาร และจัดเก้าอี้ โต๊ะบางส่วนไว้ให้แขกด้วย



รับจัดเลี้ยง ไอเดียเมนู Mini Cocktail แสนอร่อยกับสไตล์ตกแต่งการจัดเลี้ยงที่โดนใจแขก ดูเพิ่มเติมได้ที่น่ี่ http://thetastefood.com/จัดเลี้ยง/

6
สายผักเลิฟแน่นอน กับกะหล่ำปลีห่อหมู สูตรอาหารเพื่อสุขภาพ จับผักห่อไส้แน่น ๆ เอาไปนึ่งจนสุก แหม… เคี้ยวนุ่มลิ้นน่าดู จิ้มกับซอสอย่างเดียวก็อร่อยแล้ว

กะหล่ำปลีห่อหมู

ใครรักสุขภาพอยากให้ลองมาทำเมนูผักห่อไส้ ถ้าเบื่อ ๆ กับผักกาดขาวห่อหมูสับก็ลองเปลี่ยนมาทำกะหล่ำปลีห่อหมูกันดีไหม กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำกะหล่ำปลีห่อหมู จับใบกะหล่ำปลีไปลวกสักครู่ เสร็จแล้วเอามาห่อไส้หมูสับปรุงรส สุดท้ายเอาไปนึ่งจนสุก ใครจะดัดแปลงเป็นกะหล่ำปลีห่อไก่ก็ได้เช่นกันจ้า

ส่วนผสม กะหล่ำปลีห่อหมู

• กะหล่ำปลี 1 หัว
• กระเทียม
• พริกไทยเม็ด
• เนื้อหมู หรือเนื้อสะโพกไก่
• ซีอิ๊วขาว
• น้ำมันหอย
• น้ำตาลทราย (เล็กน้อย)
• น้ำเย็น (สำหรับแช่ผักกาดขาว)

วิธีทำกะหล่ำปลีห่อหมู

1. โขลกกระเทียมกับพริกไทยให้ละเอียด พักไว้
2. สับหมู (หรือไก่) ให้ละเอียด หมักด้วยกระเทียมกับพริกไทย ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย และน้ำตาลทรายเล็กน้อย พักทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที หรือข้ามคืน
3. แกะใบกะหล่ำปลี ล้างให้สะอาดแล้วนำไปลวกในน้ำเดือด 5-10 วินาที แล้วนำไปแช่ในน้ำเย็นจัด พักทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ เตรียมไว้
4. นำหมูสับ หรือไก่สับมาวางลงบนใบกะหล่ำปลีแล้วห่อให้สวยงาม



อาหารสุขภาพ กะหล่ำปลีห่อหมู เมนูผักห่อไส้อร่อยนุ่มชุ่มโปรตีนเอาใจสายผัก ดูเพิ่มเติมได้ที่น่ี่ https://www.healthyhitech.net/topics/healthyfood/

7
 รวม 13 เคล็ดลับความงามง่าย ๆ ไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์อะไรเยอะ หรือมีเวลาไม่มาก แค่ปฏิบัติเป็นประจำก็สวยเป๊ะได้

เทรนด์แฟชั่นเดี๋ยวมาแล้วก็ไป ไม่เหมือนกับความงามที่มาจากภายในโดยธรรมชาติของผู้หญิง ที่จะคงอยู่ไปตลอด แต่หากไม่ดูแลมัน ต่อให้ปรุงเสริมเติมแต่งสักแค่ไหน ก็ยังสามารถเห็นจุดตำหนิเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้อยู่ดี ดังนั้นสาว ๆ จึงต้องหมั่นเอาใจใส่ในทุกอณูตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ลองนึกสภาพหญิงสาวที่แต่งหน้าสวยงามแต่ผมกลับกระเซอะกระเซิงและแห้งเสียแตกปลายสิ ทำให้ลดความน่ามองลงไปเลยใช่ไหมล่ะ ? เอาล่ะค่ะ เพื่อให้สาว ๆ ทุกคนได้ดูดีไร้ที่ติกันอย่างถ้วนหน้า มีเกร็ดความงามเล็ก ๆ น้อย ๆ 13 ข้อมาให้สาว ๆ ปฏิบัติตามกันค่ะ ขอบอกเลยว่าถึงมีเวลาไม่มาก ก็สวยได้ง่าย ๆ

1. พรางสีโคนผม

ทำสีผมมาแล้วพอผ่านไปสัก 2-3 เดือน รากผมก็งอกขึ้นมาตัดกับสีผมสวย ๆ จะทำสีใหม่ก็กลัวผมเสียแถมยังเปลืองเงินอีก ซึ่งปัญหานี้ก็มีวิธีแก้ง่าย ๆ เพียงแค่พยายามทำผมให้ดูเป็นลอนคลื่นเข้าไว้ มันจะช่วยพรางสีโคนผมให้ดูกลืนเหมือนไล่ระดับมากกว่าหนีบผมตรงนะ แบบนั้นจะเห็นความต่างของสีผมชัดเจนจนเกินไป

2. ผมเงางามง่าย ๆ ไม่ง้อร้าน

ถ้าอยากมีผมสวยสลวยเก๋เหมือนพรีเซ็นเตอร์ข้างขวดแชมพูสระผม ก็ให้หวีผมก่อนนอนทุกคืน ตั้งแต่โคนจรดปลาย โดยส่วนปลายเส้นผมนั้นพยายามประคองมันไว้ในอุ้งมือ จะช่วยให้ผมดูมีน้ำหนัก ไม่แข็งทื่อเหมือนไม้กวาด และจะช่วยให้น้ำมันในเส้นผมแผ่กระจายอย่างทั่วถึง ทีนี้สะบัดผมหรือโต้ลมก็ไม่ต้องกลัวผมพันกันแล้วล่ะ


เคล็ดลับความงาม ง่าย ๆ สวยได้แม้ไม่ค่อยมีเวลา  ดูเพิ่มเติมได้ที่น่ี่ http://www.xn--22c0b3ah2c9bxas.net/category/beauty/

8
แจกฟรี ! สูตรน้ำสลัดยอดนิยม จับคู่กับเมนูสลัดลดความอ้วน ทำเองรสชาติถูกปาก กินวนไปทั้งสามมื้อก็ไม่เบื่อ

     บรรดาสลัดเพื่อสุขภาพ เช่น สลัดผัก สลัดผลไม้ สลัดทูน่า หรือสลัดโรล จะขาดน้ำสลัด ไม่ได้เลย แต่เนื่องจากน้ำสลัดตามท้องตลาดส่วนมากมีแค่สลัดครีม ครั้นกินทุกวันก็เบื่อ ดังนั้นเรามาทำน้ำสลัดเองดีไหม เสนอวิธีทำน้ำสลัดยอดนิยม เช่น น้ำสลัดงาคั่วญี่ปุ่น น้ำสลัดครีม น้ำสลัดวาซาบิ น้ำสลัดอิตาเลียน ยิ่งแช่เย็นยิ่งอร่อยนะคะ

1. น้ำสลัดครีม (Cream Salad Dressing)

     น้ำสลัดยอดนิยมสูตรแรกขอนำเสนอน้ำสลัดครีม สูตรนี้ใช้มัสตาร์ดชนิดครีมผสมกับพริกไทยตัดเลี่ยน ใส่น้ำตาลทรายแดงนิดหน่อย

ส่วนผสม น้ำสลัดครีมไขมันต่ำ

      • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ + 2 ช้อนชา
      • มัสตาร์ด 1+1/2 ช้อนชา
      • น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ
      • เกลือสมุทร 1+1/2 ช้อนชา
      • พริกไทยดำป่น 1/4 ช้อนชา
      • น้ำมันดอกทานตะวัน 1/4 ถ้วย (หรือน้ำมันมะกอก,น้ำมันดอกคาโนล่า)
      • นมข้นหวาน 6 ช้อนโต๊ะ
      • นมสดชนิดจืด 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำสลัดครีมไขมันต่ำ

     1. ผสมน้ำมะนาว มัสตาร์ด น้ำตาลทรายแดง เกลือสมุทร และพริกไทยดำ คนผสมให้เข้ากันจนน้ำตาลทรายละลาย
     2. ค่อย ๆ เทน้ำมันลงไปพร้อม ๆ กับตีส่วนผสมให้เข้ากัน
     3. ใส่นมข้นหวานและนมสดลงไปคนให้เข้ากัน
     4. ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟพร้อมผักสลัด หรือเก็บใส่ขวดที่มีฝาปิดมิดชิด สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้นาน 20 วัน


สูตรน้ำสลัดยอดนิยม จับคู่จานสลัดเพื่อ สุขภาพ ไม่ซ้ำไม่จำเจ คลิ๊กที่นี่ https://www.plawharn.com/category/health/

9
นี่คืออาหารที่บำรุงธาตุเหล็กสุดเยี่ยม พบกับเมนูผัดตับ ตับผัด เนื้อนุ่มหลากสไตล์ ผัดกับกระเทียมหรือใส่ผักอื่น ๆ ก็ได้ มีความอร่อยถูกปากที่สุด

ใครเริ่มเอียน ๆ กับเมนูตับ โดยเฉพาะเมนูตับปิ้งหรือเมนูตับย่าง ลองจับมาผัดกับเครื่องเคราให้ดูไม่จำเจกันดีไหม ขอนำเสนอวิธีทำผัดตับ ตับผัด ได้แก่ ผัดตับหมู ดอกกุยช่ายผัดตับ ตับผัดพริกหวาน และตับผัดกระเทียมพริกไทย อยากรู้ว่าอร่อยแค่ไหนตามมาชิมกันเลยจ้า

1. ผัดตับหมู

แค่เห็นสีสันของผัดตับจานนี้ก็น้ำลายไหลแล้ว ขอนำเสนอเมนูผัดตับหมู สูตรจาก นิตยสารแม่บ้าน ใส่ถั่วลันเตา พริกหวาน และเม็ดข้าวโพด ก่อนเสิร์ฟโรยพริกไทยหน่อย

ส่วนผสม ผัดตับหมู

• กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
• ตับหมู (หั่นเป็นชิ้น) 150 กรัม
• ซอสเห็ดหอม 1 ช้อนโต๊ะ
• ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
• น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
• ถั่วลิสงต้มสุก 20 กรัม
• ถั่วลันเตาญี่ปุ่นต้มสุก 20 กรัม
• เมล็ดข้าวโพดในน้ำเกลือ 20 กรัม
• พริกหวานสีเขียว สีแดง สีเหลือง 1/2 ถ้วยตวง
• พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
• น้ำมันพืช 1+1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำผัดตับหมู

1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อน ใส่กระเทียมลงเจียวพอเหลือง
2. ใส่ตับหมูลงผัด ปรุงรสด้วยซอสเห็ดหอม ซีอิ๊วขาว เติมน้ำตาลทรายและน้ำเปล่าลงไป
3. พอตับใกล้สุก ใส่พริกหวาน ถั่วลิสง ถั่วลันเตา และเมล็ดข้าวโพดลงไปผัด พอพริกหวานสุก ตักใส่จาน โรยพริกไทยป่น จัดเสิร์ฟ

2. ดอกกุยช่ายผัดตับ

แม้ว่าร้านข้าวแกงจะขายเมนูดอกกุยช่ายผัดตับ แต่รสชาติไม่ค่อยถูกปากเท่าไร ในเมื่อวิธีทำไม่ยากก็ลงมือผัดกันเลยดีกว่า หั่นตับชิ้นใหญ่ตามชอบแล้วผัดกับดอกกุยช่ายจนสุกนิ่ม ข้าวจานเดียวคงไม่พอ

ส่วนผสม ดอกกุยช่ายผัดตับหมู

• กระเทียมสับหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
• ตับหมู (หั่นเป็นชิ้นบาง) 200 กรัม
• ดอกกุยช่ายสด (หั่นเป็นท่อนสั้น) 300 กรัม
• ซอสเห็ดหอม 1 ช้อนโต๊ะ
• ซีอิ๊วขาว (ปรุงรส)
• น้ำตาลทราย (ปรุงรส)
• น้ำมันพืช (สำหรับผัด)

วิธีทำดอกกุยช่ายผัดตับหมู

1. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟปานกลางพอร้อน ใส่กระเทียมลงเจียวจนหอม
2. ใส่ตับหมูลงผัดจนเริ่มสุก
3. ใส่ดอกกุยช่ายลงไปผัด ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลทราย ผัดให้เข้ากันสักครู่ ชิมรสตามชอบ ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

3. ตับผัดพริกหวาน

เติมสีสันให้กับเมนูผัดตับกันหน่อย ขอนำเสนอเมนูตับผัดพริกหวาน สูตรจาก คุณ Fearbong สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ใส่พริกหวานหลากสีผัดกับตับจนสุก เติมหอมใหญ่เพิ่มความหวาน อร่อยแบบนี้กินวนไปเลยค่ะ




สูตรอาหาร ทำผัดตับ ตับผัด กับข้าวจากเครื่องในเติมธาตุเหล็ก ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/สูตรอาหาร/

10
ในหลายครั้งเราได้พูดคุยถึงเครื่องมือของ Windows ที่ทำให้ใช้ในการจับภาพหน้าจออย่างรวดเร็ว แต่ก็อาจจะยังไม่ครอบคลุมมากนัก ในครั้งนี้เราจึงได้รวบรวมวิธีการในการจับภาพหน้าจอในแบบต่างๆ และก็ดูเหมือนว่ามี 6 วิธีที่ช่วยให้การจับภาพหน้าจอทำได้ง่ายขึ้น โดยใช้แค่ฟังก์ชั่นบน Winsows 10 และไม่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมแบบ 3rd Party อีกทั้งสามารถทำได้บน Windows 8.1 และ Windows 10

1. ใช้ชอร์ตคัท PrtScn (Print Screen)

เป็นสิ่งแรกๆ ที่คุณจะสามารถใช้ในการจับภาพหน้าจอได้บน Windows 8.1 และ Windows 10 เนื่องจากเป็นฟีเจอร์ที่มากับระบบปฏิบัติการ การใช้งานก็เพียงกดปุ่ม PrtScn บนคีย์บอร์ด โดยวิธีนี้ จะเป็นทางลัดในการจับภาพหน้าจอทั้งหมดและ Save ไปที่ Clipboard นอกจากนี้ยังสามารถเปิดไฟล์และแก้ไขได้บนโปรแกรม Paint สำหรับการปรับแต่งภาพและเซฟไฟล์มาใช้ได้ทันที แต่จะเป็นการแก้ไขในเบื้องต้นเท่านั้น


2. ใช้ชอร์ตคัทบนคีย์บอร์ด ด้วยการกดที่ปุ่ม Windows + PrtScn

ถ้าคุณต้องการภาพหน้าจอทั้งหมดและเซฟเป็นไฟล์เอาไว้บนฮาร์ดไดรฟ์ โดยไม่ต้องการใช้เครื่องมืออื่นๆ แค่เพียงกด Windows + PrtScn บนคีย์บอร์ด สำหรับ Windows 8.1 และ Windows 10 จะจัดเก็บไฟล์ Screenshot เหล่านี้ไว้ใน Picture library ที่อยู่ใน Screenshots โดยที่คุณสามารถค้นหาไฟล์ภาพ Screenshot ที่ต้องการได้จาก Pictures > Screenshots


3. ใช้ชอร์ตคัทบนคีย์บอร์ด Alt + PrtScn

สำหรับบน Windows 8.1 และ Windows 10 คุณสามารถจับภาพ Screenshots ที่้เป็น Active Windows การใช้งานก็เพียง เปิดหน้า Windows ที่ต้องการ แล้วกดปุ่ม Alt + PrtScn บนคีย์บอร์ด ภาพที่ได้นั้นจะถูกเก็บลงบน Clipboard หรือถ้าต้องการที่จะแก้ไขภาพก็เพียงเปิดโปรแกรม Paint ขึ้นมา จากนั้น Paste ภาพที่ Capture ลงไป แล้วทำการแก้ไขหรือตกแต่งภาพได้ตามต้องการ


4. ใช้โปรแกรม Snipping Tool

โดยการใช้ Snipping Tool เป็นฟังก์ชั่นที่ยอดเยี่ยมสำหรับการจับภาพหน้าจอ ด้วยความหลากหลายของลูกเล่นในการใช้งานและยังแก้ไขภาพ Screenshot ได้แบบง่ายๆ อีกด้วย เหมาะอย่างยิ่งกับการใช้งานจับภาพหน้าจอเวลานี้


5. การจับภาพหน้าจอบน Surface หรือ Windows Tablet

ถ้าหากคุณมี Windows Tablet อยู่ในมือ ไม่ว่าจะเป็น MS Surface หรือ ASUS Vivotab หรือ Dell Venue เหล่านี้ ก็คงแทบจะไม่จำเป็นต้องใช้คีย์บอร์ดในการกด PrtScn ให้วุ่นวาย คุณสามารถใช้ Snipping Tool แต่อาจจะไม่ได้สะดวกนักในการทัชสกรีน ทางเดียวที่จะช่วยให้การใช้งานง่ายขึ้นก็คือ การใช้ปุ่มที่อยู่บนแท็ปเล็ต โดยที่สามารถใช้งานได้ด้วยการกดปุ่มที่มีโลโก้ Windows และปุ่ม Volume Down พร้อมๆ กัน


6 วิธีกับการจับภาพหน้าจอโน๊ตบุ๊ค Screenshot บน Windows 10 ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.potatotechs.com/โน๊ตบุ๊ค/

11
การเลือกโถสุขภัณฑ์ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคำนึงถึงสิ่งต่างๆ ทั้งดีไซน์ของโถสุขภัณฑ์ที่ต้องรับกับสไตล์การออกแบบห้องน้ำและที่อยู่อาศัย รวมไปถึงคำนึงถึงตัวผู้ใช้งานเองว่ามีความต้องการโถสุขภัณฑ์แบบใดหรือมีความต้องการพิเศษหรือไม่

ยกตัวอย่างเช่น ในบ้านที่มีผู้สูงอายุก็ควรเลือกโถสุขภัณฑ์ที่มีความสูงกว่าโถสุขภัณฑ์ทั่วไปเพื่อความสะดวกปลอดภัยในการลุกนั่ง และมีฝารองนั่งที่กว้าง อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงขนาดพื้นที่ห้องน้ำว่าเหมาะกับโถสุขภัณฑ์ขนาดเท่าใด รวมถึงเรื่องของการประหยัดน้ำและระบบการชำระล้างที่ต้องมีประสิทธิภาพอีกด้วย

เมื่อโถสุขภัณฑ์คือสุขภัณฑ์ชิ้นสำคัญที่จะมอบความสุขในการใช้ห้องน้ำ ปัจจัยภายนอกที่จะทำให้นั่งได้สบาย และมีความสุขกับการใช้ห้องน้ำมากที่สุด สามารถสังเกตและสัมผัสได้จากลักษณะของโถสุขภัณฑ์ ดังต่อไปนี้

ความสูงของโถ

ความสูงของโถสุขภัณฑ์ในตลาดก็มีให้เลือกแตกต่างกันเหมือนกับเก้าอี้ที่มีหลายขนาดให้เราเลือก แต่โดยทั่วไปแล้วจะมีความสูงมาตรฐานอยู่ที่ 14 นิ้ว แต่ในบ้านที่มีผู้ใหญ่ หรือคนป่วย อาจจะเลือกโถที่ถูกออกแบบมาให้มีขนาดสูงพิเศษเพื่อให้ลุกนั่งได้สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น ทางที่ดีตอนเลือกซื้อควรทดลองนั่งจริงๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อให้ได้โถสุขภัณฑ์ที่มีความสูงเหมาะสม นั่งแล้วรู้สึกสบาย ไม่รู้สึกสูงเกินไปจนขาลอยตัวเอนไปด้านหลัง หรือเตี้ยเกินไปจนรู้สึกว่าต้องหย่อนก้นเหมือนกับการเข้าห้องน้ำแบบนั่งยอง

รูปทรงโถ

รูปทรงของโถสุขภัณฑ์เป็นส่วนสำคัญที่กำหนดความสบายในการนั่ง รวมถึงการป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ และมีผลต่อประสิทธิภาพในการชำระล้างอีกด้วย โดยทั่วไปแล้วรูปทรงของโถจะมีอยู่ 2 ทรงคือ โถทรงกลม กับโถทรงรี โถทรงกลมเหมาะกับห้องน้ำที่มีพื้นที่จำกัดเพราะโถทรงนี้จะใช้พื้นที่น้อย ในขณะที่โถทรงรีจะกินพื้นที่มากกว่าเพราะมีหน้ายาวรองรับสรีระได้เต็มที่ แต่นั่งแล้วจะรู้สึกสบายกว่า ทั้งนี้โถสุขภัณฑ์ที่ดีควรมีขนาดคอห่านที่ใหญ่เพื่อการชำระล้างที่หมดจดป้องกันปัญหาท่อตัน มีแอ่งกันกลิ่นที่ลึกเพื่อช่วยป้องกันกลิ่นย้อนกลับ และควรมีขนาดของพื้นผิวน้ำขังที่กว้าง ซึ่งจะช่วยป้องกันคราบสิ่งปฏิกูลติดผิวภายในสุขภัณฑ์

เลือกโถส้วมอย่างไรนั่งแล้วสบายก้น..ทางนี้มีตัวช่วย

ฝารองนั่ง

แน่นอนว่าฝารองนั่งกับรูปทรงโถจะต้องเป็นทรงเดียวกัน แต่หลายคนมักจะมองข้ามเรื่องคุณภาพของฝารองนั่ง ทั้งๆ ที่ฝารองนั่งเป็นส่วนที่สัมผัสกับผิวของเราและมีส่วนในการกำหนดสบายเวลาเรานั่งอีกด้วย เราจึงควรเลือกฝารองนั่งที่ทนทานสามารรถรองรับน้ำหนักได้ดี นั่งแล้วไม่รู้สึกว่าตัวฝาเลื่อนไปมา ฝารองนั่งที่มีลักษณะบุ๋มลงไปรับกับสรีระของเราจะนั่งสบายกว่าฝารองนั่งแบบกลมนูน เดี๋ยวนี้ฝารองนั่งรุ่นใหม่ๆ จะออกแบบให้เราสามารถถอดออกมาล้างทำความสะอาดและใส่กลับเข้าไปใหม่ได้อย่างสะดวก



เลือก สุขภัณฑ์ อย่างไรนั่งแล้วสบายก้น..ทางนี้มีตัวช่วย ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gurubaan.com/สุขภัณฑ์/

12
หากคุณกำลังมองหาเต่าสักตัวมาเป็นสัตว์เลี้ยงน่าจะพิจารณาเต่าญี่ปุ่น หรือ เต่าแก้มแดง (red-eared slider turtle) สัตว์เลี้ยงที่ปรับตัวได้ง่ายชนิดนี้ชอบอยู่ในสถานที่อบอุ่น แต่ก็สามารถเจริญเติบโตในตู้ปลาขนาดใหญ่ ชื่อภาษาอังกฤษของเต่าชนิดนี้ได้มาจากการที่รอบๆ ดวงตามีสีแดง และท่าทางที่มันไถลตัวเองจากก้อนหินลงไปในน้ำ หากดูแลอย่างเหมาะสม เต่าญี่ปุ่นสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานถึง 30 ปี! หากคุณสนใจเพื่อนผู้มีอายุยืนยาว เต่าญี่ปุ่นสักตัวหนึ่งจะเป็นสัตว์เลี้ยงที่แสนวิเศษ

ตัดสินใจว่าเต่าญี่ปุ่นคือสัตว์เลี้ยงที่ใช่สำหรับคุณไหม

1. เรียนรู้เรื่องเต่าญี่ปุ่น. สอบถามไปทั่วๆ เพื่อดูว่ามีเพื่อนคนไหนบ้างที่เลี้ยงเต่าญี่ปุ่น คุณสามารถถามเรื่องข้อได้เปรียบของการมีเต่าเป็นสัตว์เลี้ยง รวมทั้งเรื่องท้าทายต่างๆ ในการเลี้ยงพวกมัน แต่หากคุณไม่รู้จักใครเลยที่เลี้ยงเต่าญี่ปุ่น จงไปที่ร้านขายสัตว์เลี้ยง และพูดคุยกับพวกลูกจ้างผู้คุ้นเคยกับเต่า ที่ดียิ่งกว่านั้นคือจงใช้เวลาเล็กน้อยมีปฏิสัมพันธ์กับเต่าญี่ปุ่นที่ร้าน และให้แน่ใจว่าคุณรู้ดีว่าจะต้องทำอะไรบ้าง เพื่อที่จะดูแลเต่าสักตัวหนึ่ง


2. พิจารณาเรื่องเวลาที่ต้องรับผิดชอบ. อายุขัยเฉลี่ยของเต่าญี่ปุ่นคือระหว่าง 20-30 ปี แถมบางตัวมีอายุยืนยาวกว่านี้อีก จงทำให้แน่ใจว่าคุณจะสามารถปรับลักษณะการใช้ชีวิตในอนาคต ให้รวมถึงการมีเพื่อนคู่หูเป็นเต่าเป็นเวลายาวนานด้วย หากคุณซื้อเต่ามาเพียงเพื่อที่ลูกของคุณจะได้มีสัตว์เลี้ยงสักตัวหนึ่ง จงตระหนักความจริงว่าเต่าตัวนั้นจะเป็นสัตว์เลี้ยงของคุณไปอีกนานเลยทีเดียว


3. คิดเรื่องจัดหาอุปกรณ์และเสบียงที่จำเป็นทั้งหมด. เต่าญี่ปุ่นเหมือนกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ซึ่งเริ่มต้นด้วยการมีขนาดเล็ก แต่จะตัวใหญ่เมื่อเติบโตขึ้น เต่าญี่ปุ่นที่โตแล้วต้องการตู้ปลาซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยอย่างน้อยสี่เท่าตัวของขนาดกระดอง คุณจึงต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วยตอนซื้อลูกเต่ามาเลี้ยง
หากคุณมีเต่าญี่ปุ่นมากกว่าหนึ่งตัว ให้แน่ใจว่าคุณมีตู้ปลามากพอที่จะใส่เต่าแยกกันหากจำเป็น เต่าญี่ปุ่นตัวผู้มีแนวโน้มที่จะตามตื๊อเต่าตัวเมีย ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นที่เต่าตัวเมียเลิกกินอาหาร ด้วยเหตุผลนี้ จึงดีที่สุดหากจะเลี้ยงตัวผู้กับตัวเมียแยกกัน


วิธีการ ดูแล สัตว์เลี้ยง เต่าญี่ปุ่น  ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.petcitiz.info/สัตว์เลี้ยง/

13
ใบบัวบก มีสารอาหาร และวิตามินสำคัญ ๆ อยู่หลายชนิด โดยเฉพาะสารไกลโคไซด์ ที่มีส่วนช่วยเร่งการสร้างคอลลาเจนกับอีลาสติน ลดปัญหาความเสื่อมของเซลล์ผิว ช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลง ช่วยฟื้นผิวหน้าให้เปล่งปลั่งสดใส และใบบัวบกยังมีวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 ซึ่งช่วยในการกำจัด ฝ้า กระ จุดด่างดำ ซึ่งวิธีการใช้ใบบัวบกก็คือ นำใบบัวบกสดล้างสะอาด มาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ จากนั้นนำไปปั่นหรือบดกับน้ำสะอาด 1 แก้ว นำส่วนผสมที่ได้มาพอกหรือใช้สำลีชุบน้ำมาทาให้ทั่วบริเวณใบหน้า ปล่อยทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างหน้าด้วยน้ำเย็น

กล้วยหอม มีคุณสมบัติช่วยกระชับรูขุมขน ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ช่วยบำรุงผิวให้เต่งตึง ช่วยฟื้นฟูผิวที่หยาบกร้านให้เนียนนุ่ม ให้เรานำกล้วยมาฝานเป็นชิ้นเล็ก ๆ เติมน้ำผึ้งหรือนมสดลงไป แล้วบดให้ละเอียดจนเป็นเนื้อครีม นำส่วนผสมที่ได้มาพอกให้ทั่วใบหน้า ล้างออกด้วยน้ำอุ่น เป็นสูตรหน้าใสที่ช่วยลดรูขุมขนกว้างได้เป็นอย่างดี แต่หากใครไม่สะดวกใช้กล้วยหอมก็ให้ใช้เป็นกล้วยน้ำว้าแทน

มะละกอ อุดมไปด้วยวิตามินซีกับวิตามินอีสูง ช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลง ช่วยลดความหยาบกร้านของผิว ช่วยในการสร้างคอลลาเจนในร่างกาย มีเอนไซม์ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว นำมะละกอสุกมาบดให้ละเอียด พอกหน้าทิ้งไว้ราว ๆ 15-20 นาที ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด กรดผลไม้จากมะละกอ จะช่วยให้รูขุมขนกระชับ และช่วยขจัดสิ่งตกค้างกับเซลล์ผิวที่ตายแล้ว

ในการใช้สมุนไพรธรรมชาติเพื่อกระชับรูขนขน ก็อาจมีบางคนที่มีอาการแพ้ได้เช่นกัน ดังนั้นแล้วก่อนจะทำการพอกหน้าให้ทำการทดสอบซะก่อน โดยนำมาทาที่บริเวณท้องแขน ซึ่งเป็นผิวหนังส่วนที่บางกว่าใบหน้า ปล่อยทิ้งเอาไว้สักพักหนึ่ง หากไม่มีอาการแสบร้อนหรือมีผื่น ก็ถือว่าไม่แพ้สามารถใช้ได้ ทั้งนี้ในการใช้สมุนไพรเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ควรที่จะต้องทำอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง และไม่ควรที่จะทำบ่อย ๆ เกินกว่าความจำเป็นค่ะ



กระชับรูขุมขน ด้วยสมุนไพรธรรมชาติช่วยฟื้นผิวหน้าให้เปล่งปลั่งสดใส ดูเพิมเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/

14
เจ้าตัวนี้อาจจะมีคนรู้จักน้อยกว่าเพื่อนๆ ในอันดับอื่นๆ แน่นอน เพราะมันยังใหม่ มันถูกนำเข้ามาจากแอฟริกา ซึ่งมองภายนอกมันเหมือน “แมว” เรียกว่าเป็นแมวป่าก็คงไม่ผิดนัก ราคาค่างวดก็แค่ 20,000 อัพเท่านั้นเอง นิสัยส่วนตัวชอบอยู่โดดเดี่ยว ชอบปีนป่ายตามต้นไม้ กินพวกสัตว์ขนาดเล็กเป็นอาหาร ผลไม้บางชนิดก็กินนะ

อัตราความน่ารัก : 3 ดาว

อันดับ 9 เต่าเสือดาว
ปัจจุบันเต่าเสือดาวแอฟริกาใต้เป็นเต่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก เต่าชนิดนี้สามารถเติบโตจนมีขนาดกระดองยาวได้ถึง 23 นิ้ว เต่าเสือดาวแอฟริกาใต้มีลักษณะเฉพาะอีกประการหนึ่ง คือผิวหนัง”ตกกระ”พวกมันจะมีจุดดำเล็กๆกระจายตามผิวหนัง กระนี้เห็นได้ชัดในลูกเต่าที่เพิ่งฟักจากไข่และเต่าวัยอ่อนก่อนจะค่อยๆเลือนหายไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น เต่าเสือดาวต้องการคอกเลี้ยงที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่และควรจัดให้อยู่กลางแจ้งเสมอหากสภาพอากาศอำนวย หากอยู่ตามธรรมชาติจะเป็นสัตว์สันโดษและจะก้าวร้าวอาศัยต้องอยู่ร่วมกันอย่างแออัด เมื่อนำหลายตัวอยู่ด้วยกันต้องมีห้องหรือที่กำบังอย่างเพียงพอเพื่อให้พวกมันเลี่ยงการเผชิญหน้ากับตัวอื่นๆ และไม่ควรนำตัวผู้มาอยู่รวมกันเพราะพวกมันจะต่อสู้กันเพื่อแย่งสิทธ์ในการผสมพันธุ์ ด้วยความที่มันต้องการพื้นที่เยอะ และราคาที่สูงที่สุด บางตัวขายกันมากกว่า 250,000 บาทกันเลยทีเดียว และเนื่องด้วยมันเป็นเต่าที่มจากแอฟริกา อาหารหลักของมันจึงเป็นหญ้าครับ แต่ถ้าจะให้ผักเหมือนเต่าทั่วไปก็ได้ครับ ไม่มีปัญหา และนกเหนือจากนั้นหากมีการเสริมแคลเซียมให้เต่าด้วยก็จะเป็นการดีมากครับ
อัตราความนารัก : 4 ดาว

อันดับ 8 ชูก้าไกลเดอร์เผือก

เหตุที่มีคนสนใจน้อยเพราะราคามัน “สูง” กว่าชูก้าธรรมดาหลายเท่าตัว ซึ่งราคาปกติจะขายกันที่ 25,000 บาท แต่ด้วยความน่ารักของมันแล้วจึงทำให้เริ่มมีผู้นิยมเลี้ยงกันมากขึ้น
อัตราความน่ารัก : 5 ดาว

อันดับ 7 ชินชิล่า

ชินชิลล่า เป็นสัตว์ป่าซึ่งมีถิ่นกำเนิดในเทือกเขา Andes ในแถบอเมริกาใต้ แถบประเทศอาเจนตินา โบลิเวีย ชิลี และเปรู ถูกมนุษย์นำมาเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง เมื่อปี ค.ศ.1810 และสามารถเพาะขยายพันธุ์ในกรงเลี้ยงได้เป็นผลสำเร็จ เมื่อปี ค.ศ.1900 ชินชิลล่าเป็นสัตว์ฟันแทะที่มีหูกางใหญ่คล้ายหนู ขนาดรูปร่างคล้ายกับกระต่าย ขนมีลักษณะแน่นและหนา เพื่อป้องกันตัวเองจากอากาศหนาวเย็นบนเทือกเขาสูง อุ้งเท้าออกแบบมาเพื่อการเดินบนแผ่นหิน มีหลากหลายสีสันเช่น สีเทา สีเทาอ่อน สีดำ หางยาวเป็นพวงคล้ายกระรอก ซึ่งคนทั่วไปคิดว่ามันเป็นหนูธรรมดา และราคาที่แพงไม่ใช่เล่นตกค่างวด 13,000 บาท จึงทำให้มันเป็นที่หมายปองแต่ไม่ซื้อไปเลี้ยงมากเท่าตัวอื่น และเนื่องจากนิสัยตามธรรมชาติของชินชิลล่าจะเป็นสัตว์ที่กระตือรือร้นและชอบสำรวจ ดังนั้นผู้เลี้ยงต้องดูแลเอาใจใส่และควรจะพาออกไปเดินเล่นนอกกรงอย่างน้อยวันละครึ่งชั่วโมง เพื่อออกกำลังกายและลดความเครียดของเค้าครับ
อัตราความน่ารัก : 5 ดาว

อันดับ 6 เฟนเน็คฟ็อกซ์




10 อันดับ สัตว์เลี้ยง แสนแปลก (แต่น่ารัก) ไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.plawharn.com/category/animal/

15
ต้นไม้ สัตว์เลี้ยง / วิธีการ รักษาแมวท้องผูก
« เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2018, 10:43:23 AM »
แมวก็เหมือนคนนี่แหละ ที่บางทีก็เกิดท้องผูก อึไม่ออกบอกไม่ถูกขึ้นมา ถ้าคุณรู้สึกว่าน้องเหมียวของคุณใช้กระบะทรายทีน๊านนาน แสดงว่าคงท้องผูกแล้วแหละ เรามีวิธีช่วยให้แมวหายท้องผูกง่ายๆ แบบที่คุณก็ทำได้ แล้วค่อยเสริมด้วยยาและคำแนะนำดีๆ จากคุณหมอ


 
วิธีการ
1. เอาให้แน่ น้องเหมียวท้องผูกจริงหรือเปล่า


1. คอยสังเกตว่าแมวฉี่ได้ตามปกติหรือเปล่า. น้องเหมียวสุขภาพดีจะฉี่ประมาณ 2-3 ครั้งต่อวัน ถ้าฉี่ไม่ออก ต้องเบ่ง แปลว่าทางเดินปัสสาวะอักเสบ เป็นนิ่ว หรือเกิดการอุดตัน ซึ่งล้วนแต่เป็นอาการร้ายแรงทั้งนั้น ท้องผูกนี่เทียบไม่ได้เลย ลองแอบสังเกตกระบะทรายของน้องเหมียวดู ว่าฉี่มากน้อยแค่ไหนในแต่ละวัน


2. สังเกตว่าแมวถ่ายมากน้อยแค่ไหน. ถ้าแมวหายเข้าไปในกระบะทรายทีละนานๆ แปลว่าอาจท้องผูก แต่อีกกรณีคืออาจท้องเสียก็ได้ น้องเหมียวจะนั่งยองๆ อยู่ในนั้นนานเลยล่ะถ้าท้องเสีย บางทีก็อึออกมาแค่นิดเดียว จนเราเข้าใจผิดไปได้ว่าท้องผูก
แมวสุขภาพดีจะอึประมาณวันละ 1 ครั้ง และควรเป็นก้อน ไม่นิ่มเละหรือแข็งเกินไป
แมวท้องผูกกันได้ แต่บางทีก็กลายเป็นอาการเริ่มต้นของโรคอื่น คุณต้องคอยจับตาดูแมวจนแน่ใจว่าไม่ได้เป็นโรคอื่นที่ร้ายแรงกว่าแทน

วิธีการ รักษาแมวท้องผูก ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.petcitiz.info/แมว/

หน้า: [1] 2 3 ... 12